สถิติค่าตัวถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วง 2-3 ปี ให้หลังนี้ แต่การซื้อตัวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการฟุตบอลไทยมากที่สุด คือการทุ่มเงินเกือบ 50 ล้านบาท ของทีม สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด เพื่อคว้าตัว "เจ้าตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์ แนวรับสารพัดประโยชน์ดีกรีทีมชาติไทย มาสวมเสื้อเบอร์ 17 ให้กับทีม ถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่สูงโด่ง แต่สโมสร สิงห์เชียงราย เชื่อว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
แน่นอนว่าการย้ายทีมด้วยค่าตัวที่แสนแพง ย่อมทำให้แฟนบอลคาดหวังมากขึ้นตามไปด้วย ธนบูรณ์ รู้ดีว่าจากนี้ไปเขาจะถูกแฟนๆ บอลจับตาดูทุกฝีก้าว
วิทยา เลาหกุล อดีตนักเตะทีมชาติ และปัจจุบันเป็น ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลบอกกับ "ไพรม์ไทม์" ไม่มีอะไรที่จะพิสูจน์ความคุ้มค่าของนักเตะได้ดีไปกว่าผลงานในสนาม
แต่คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การทุ่มเงินมากมายขนาดนี้เพื่อซื้อตัวนักเตะเป็นสัญญาณฟองสบู่ของธุรกิจฟุตบอลไทยหรือไม่
วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอล ประเมินว่าการทำทีมฟุตบอลระดับไทยพรีเมียร์ลีกให้ประสบความสำเร็จได้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และค่าตัวนักเตะระดับดาราก็แพงขึ้นตลอดเวลา รายได้หลักของทีมสโมสรในไทย ส่วนใหญ่มาจากสปอนเซอร์หรือเงินส่วนตัวของเจ้าของทีม ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่รายได้มาจากบัตรผ่านประตู การจำหน่ายสินค้าแบรนด์สโมสร และลิขสิทธิ์
ถึงแม้โอกาสเกิดวิกฤติฟองสบู่ในวงการฟุตบอลยังห่างไกล แต่ก็มีสัญญาณเตือนมาตลอด หลายสโมสรทั้งในไทยพีเมียร์ลีก ดิวิชั่น1 และลีกภูมิภาค ก็เคยเผชิญกับภาวะการเงินที่ง่อนแง่นมาแล้ว ค่าตัวและค่าเหนื่อยของนักเตะไทยเป็นหนึ่งในปัจจัย แต่ดูเหมือนว่าสโมสรที่มีท่อน้ำเลี้ยงที่ดีเท่านั้นที่สามารถยืนระยะได้ ขณะที่ทีมเล็กๆต้องวิ่งหาสปอนเซอร์เพื่อความอยู่รอดตลอดเวลา
ในต้นปี 2559 สโมสรสระบุรี เอฟซี เป็นหนึ่งในสโมสรที่ต้องวิ่งหาสปอนเซอร์หลัก แต่ในที่สุดก็ต้องถอนตัวจากการแข่งขันเพราะการเจรจาล้มเหลว แม้แต่สโมสร ทีโอที เอสซี ทีมระดับตำนาน ยังต้องตกชั้น และไม่สามารถส่งทีมแข่งขันต่อไปได้เพราะปัญหาเรื่องเงิน ขณะที่สโมสรเพื่อนตำรวจ ต้องพักทีมและปล่อยให้นักเตะออกไปหาสังกัดใหม่กันเองในระยะเวลาอันกระชั้นชิด หลังจากเจ้าของสโมสรตกอยู่ในภาวะถึงแตก