ศึกฟุตบอลอีเอฟแอล คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่า เป็นฝ่ายพลาดท่าก่อน หลังบุกไปแพ้ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน คู่แข่งร่วมศึกพรีเมียร์ลีก ที่เซนต์ แมร์รีส์ 0-1 เกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมเยือนส่งแข้งหลักลงสนามหลายราย นำทัพโดย เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม ลัลลานา, โรแบร์โต ฟีรมีโน และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ก่อนที่เจ้าบ้านจะได้ประตูชัยจาก นาธาน เรดมอนด์ นาที 20 และมีโอกาสยิงเพิ่มได้อีกหลายลูก แต่ไปติดเซฟของ ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูตัวสำรองของทีมเยือนที่โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ สำหรับนัดที่ 2 ลิเวอร์พูล จะได้กลับไปเล่นที่แอนฟิลด์ในวันที่ 24 มกราคมนี้
หลังจบเกม เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ผิดหวังลูกทีมที่เล่นได้น่าผิดหวัง เพราะหลังจากที่โดนยิงนำไปแล้วก็ไม่มีแรงฮึดเพื่อยิงตีเสมอ ทำให้ เซาแธมป์ตัน สมควรเป็นฝ่ายชนะในนัดนี้ แต่ยังมีเกมนัดที่ 2 ให้แก้ตัว จึงหวังว่านักเตะทุกคนจะช่วยกันพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชนะเลิศได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเมื่อปีก่อนได้เพียงรองแชมป์จากการแพ้ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน
"ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ผมไม่เคยเห็นนักเตะเล่นแบบไร้การตอบสนองแบบนี้มาก่อนเลย หลังจากเราเสียประตูจะเห็นได้ชัดเลยว่าเกมมันเปลี่ยนไป แต่โอกาสผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศของเรายังเปิดกว้างอยู่ เพราะนัดต่อไปเราจะเอาคืนที่แอนฟิลด์ และทุกอย่างจะต้องแตกต่างจากนัดนี้ การผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ยังคงเป็นเป้าหมายของเรา" คล็อปป์ กล่าว
ด้าน โคลด ปูเอล กุนซือ "นักบุญ" ชมลูกทีมที่เล่นกันได้น่าประทับใจ แต่เสียดายที่คว้าชัยได้เพียงลูกเดียว และมั่นใจไม่มีอะไรต้องกลัวในนัดที่ 2 หากผู้เล่นทุกคนยังร่วมใจกันเล่นได้เหมือนนัดนี้ และเชื่อว่าทีมมีโอกาสผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1979 แต่ตอนนั้นได้เพียงรองแชมป์ เพราะแพ้ "เจ้าป่า" ฟอเรสต์ 2-3
"มันเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเรา แต่ผมผิดหวังกับผลการแข่งขันอยู่เล็กน้อย หากพิจารณาจากโอกาสที่เรามีจังหวะลุ้นยิงประตูหลายครั้ง แต่ถ้าเรายังร่วมใจกันเล่นเหมือนนัดนี้ ผมเชื่อว่าเราไม่มีอะไรต้องกลัวในนัดที่ 2 เพราะเราเคยเจอพวกเขาในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มาแล้ว และเรายันเสมอในบ้านแบบไร้สกอร์ได้ด้วย" ปูเอล กล่าว