ในเกมนี้ คล็อปป์ ดร็อปขุนพลตัวหลักทั้ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์, โรแบร์โต เฟอร์มิโน, อดัม ลัลลานา และ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม เป็นเพียงสำรอง และส่ง ดิว็อก โอริกี กอลหน้าสำรองลงรับบทศูนย์หน้าตัวเป้า
นอกจากนั้น คล็อปป์ส่ง 5 นักเตะดาวรุ่ง ได้แก่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เควิน สจวร์ต, โอวี เอจาเรีย, เบน วูดเบิร์น และ เชยี่ โอโจ ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริง เหลือ เอ็มเร ชาน ห้องเครื่องชาวเยอรมัน ที่มีชื่อดวลแข้งเกมเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 2-2 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ลงเป็นตัวจริง ก่อนที่ครึ่งหลัง แดเนียล สเตอร์ริดจ์, อดัม ลัลลานา และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน 3 แนวรุกทีมชุดใหญ่ ถูกเปลี่ยนลงมาแก้เกม อย่างไรก็ตาม พลีมัธ ยังสามารถต้านทานไว้ได้ และกลายเป็นทีมที่ 3 รอบ 1 ปี ที่หยุด "หงส์แดง" เจาะตาข่ายในถิ่นแอนด์ฟิลด์ หลังจากผลเสมอ 0-0 คล็อปป์ วัย 49 ปี บอกว่า หากพวกคุณเห็นว่ามันเลวร้าย ตนขอรับผิดชอบคนเดียว และตนไม่มีปัญหาอะไรเลย หากพลีมัธยิงประตูได้ในนาทีสุดท้าย ตนเลือก 11 คนแรก เพื่อชัยชนะทุกครั้ง มันมีความสำคัญต่อเราที่จะเจอเกมแบบนี้ ซึ่งเราต้องพยายามต่อสู้เพื่อผลการแข่งขันด้วยผู้เล่นที่แตกต่าง กุนซือชาวเยอรมัน บอกต่อไปว่า ฤดูกาลยังเหลืออีกยาวไกล เราต้องหมุนเวียนนักเตะ หากคุณเปลี่ยนหลายตำแหน่ง ย่อมไม่ใช่งานง่ายๆ สำหรับลูกทีม ตนเข้าใจดี แต่พวกนักเตะอายุน้อยๆ ต้องการประสบการณ์ ซึ่งตอนนี้พวกเขาได้เรียนรู้บางอย่างแล้ว ดังนั้นเราต้องเดินต่อไป ผลเสมอจากนั้นนี้ ทำให้ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมเพิ่มอีก 1 เกม วันที่ 17 หรือ 18 มกราคม ที่ต้องเตะรีเพลย์กับพลีมัธ นอกเหนือจาก รอบรองชนะเลิศ อีเอฟแอล คัพ พบ เซาแธมป์ตัน แบบเหย้า-เยือน วันที่ 11 กับ 26 มกราคม รวมเกมลีกสูงสุดอีก 3 นัด ก่อนสิ้นเดือนมกราคม
ส่วนผลของคู่อื่นๆ เชลซี 4-1 ปีเตอร์โบโร่,ท็อตแน่ม ฮ็อท สเปอร์ ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 , มิดเดิลสโบรช์ ชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 3-0