"ประวัติ วะโฮรัมย์"..ยอดนักกีฬา ..เขาคือ"ไอดอล"ของ"พงศกร แปยอ"

"ประวัติ วะโฮรัมย์"..ยอดนักกีฬา ..เขาคือ"ไอดอล"ของ"พงศกร แปยอ" และเป็นนักกีฬารุ่นที่ที่สอนให้รู้ว่า ทุกคนไม่ได้เดินเดียวดาย !!!
กีฬา
การแข่งขันพาราลิมปิก 2000 ที่ซิดนีย์ "กร" พงศกร แปยอ ยังเด็กมากเด็กชายจากขอนแก่น ที่เป็นโปลิโอขาทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิดและนั่งรถวีลแชร์ตั้งแต่ที่จำความได้ ไม่รู้จัก"วีลแชร์ เรซซิ่ง" แต่พาราลิมปิกใน 8 ปีต่อมา คือปี 2008 ที่ปักกิ่ง เปลี่ยนชีวิตเขาโดยปริยาย เมื่อเห็น"ประวัติ วะโฮรัมย์" คว้าเหรียญทองวีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 เมตร ซึ่งเป็นเหรียญทองพาราลิมปิกสมัยที่ 3 ของประวัติ"ประวัติ วะโฮรัมย์"คือเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิก 3 สมัยในปี 2000 2004 และ 2008 คือผู้ชวน"พงศกร"มาฝึกซ้อมเพื่อเล่นทีมชาติในวัยเพียง 13ฝึกอยู่เพียง 1 ปี พงศกรอาศัยพรสวรค์และการแนะนำโดยรุ่นพี่ ก็ตัดสินใจเข้าแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาพิการแห่งประเทศไทย ที่จังหวัดสุโขทัย ตามคำชักชวนของคุณครูก่อนคว้าเหรียญครองคอได้สำเร็จ
ปี 2016 ในวัย 20 พงศกรพร้อมแล้วเขาถูกเลือกเป็นหนึ่งในนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทยในการแข่งขันที่ริโอ เด จาเนโร ซึ่งมีกองทัพนักกีฬาผู้พิการจาก 159 ประเทศเข้าร่วมแข่งขันและพงศกร ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง เมื่อคว้าเหรียญแรกให้ทีมชาติไทย โดยหนุ่มน้อยจากขอนแก่น ควบวีลแชร์คู่ใจเข้ามาเป็นอันดับ 2 ในรายการวีลแชร์ เรซซิ่ง 100 เมตร คลาส T53 โดยใช้เวลา 14.80 วินาที พร้อมคว้าเหรียญเงินมาครองได้สำเร็จ โดยมี เบรนท์ ลากาตอส นักกีฬาวีลแชร์ เรซซิ่ง จากแคนาดา คว้าเหรียญทอง ด้วยเวลา 14.47 วินาที หรือห่างกันแค่ 0.33 วินาทีเท่านั้นถือเป็นเรื่องน่าทึ่ง เพราะนี่คือพาราลิมปิกเกมส์ครั้งแรกในชีวิตของเขา"ดีใจมากที่สามารถคว้าเหรียญเงิน มันเป็นสิ่งสุดพิเศษมากๆ เพราะผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันรายการที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ ส่วนความสำเร็จในครั้งนี้ขอมอบให้พี่ๆในทีมวีลแชร์ทีมชาติไทยทุกคน โดยเฉพาะ พี่ประวัติ วะโฮรัมย์ และพี่เบิ้ม-เรวัตร์ ที่ให้โอกาสผมได้มาเล่นวีลแชร์ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน และช่วยผลักดันผมมาตลอดจนผมมีวันนี้ได้"
คนที่"กร" พงศกร แปยอ ยกย่องและยกให้เป็นไอดอลมาตลอดก็คือ "ประวัติ วะโฮรัมย์"ประวัติ วะโฮรัมย์ เกิดที่สระแก้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2524 เป็นเป็นโปลิโอขาข้างขวาเป็นมาตั้งแต่กำเนิด และเลือกที่จะเป็นนักกีฬา"ผมเป็นโรคโปลิโอที่ขาซ้ายตั้งแต่เกิดแล้วครับ แต่ว่าด้วยนิสัยที่ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ และผมเองก็อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า คนพิการก็สามารถทำอะไรได้ จึงมีความคิดเรื่องอยากเป็นนักกีฬาเมื่อตอนอายุ 14 ที่เห็นนักกีฬารุ่นพี่กำลังฝึกซ้อมวีลแชร์ที่โรงเรียนศรีสังวาลที่ผมเรียนอยู่ จึงคิดว่านี่คือกีฬาที่จะทำให้ผมคว้าความสำเร็จได้"และต้องยอมรับว่าถึงวันนี้ "ประวัติ"มาไกลกว่าที่คิด เพราะเขาคว้าเหรียญทองพาราลิมปิกถึง 4 ครั้ง คือที่ซิดนีย์ เมื่อปี 2000 ที่เอเธนส์ ในปี 2004 ที่ปักกิ่ง ในปี 2008 ก่อนเว้นวรรคได้แค่"เหรียญเงิน"ที่ลอนดอนเมื่อ 4 ปีก่อน แต่กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้า 2 เหรียญทองที่ริโอในการแข่งขันครั้งนี้ที่สำคัญก็คือ เขาเป็น"ไอดอล"และเป็นผู้ชักชวน"พงศกร"มาเล่นทีมชาติประวัติเห็นความตั้งใจมุ่งมั่นของพงศกร ทำให้ ประวัติ และ เรวัฒน์ ต๋านะ สองนักวีลแชร์ดีกรีทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์หลายสมัย ได้เดินทางไปพบพ่อแม่ของพงศกร เพื่อขอตัวเจ้าหนูมาดูแลและสนับสนุนทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่นกีฬา โดยประวัติและเรวัฒน์ได้มอบรถวีลแชร์ที่เคยใช้และสภาพยังดีอยู่ให้พงศกรใช้ เพื่อเข้าแข่งขันรายการต่างๆ"วีลแชร์"ของพี่ทีมชาติ ทำให้เด็กที่เกิดมาแล้วแค่จะเดินด้วยขาของตัวเองไม่ ได้ ชีวิตขก็กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะเจ้ากรมุ่งมั่นและฝึกซ้อมอย่างจริงจังจากวันนั้น จนวันนี้ที่กลายเป็นดาวรุ่งทีมชาติไทยและจากเหรียญเงินในวันแรก วันต่อมา พงศกร ก็ตามรอยแชมป์โลกวีลแชร์เรซซิ่งที่เป็นไอดอลของเขา ด้วยการคว้าเหรียญทอง ในการแข่งขันวีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตร ชาย T53 มาครองสำเร็จ
สำหรับนักกีฬาวีลแชร์ของไทย นี่คือความสำเร็จการได้เหรียญทอง วีลแชร์ เรซซิ่ง 5,000 เมตร T54 ของ"ประวัติ วะโฮรัมย์" และเหรียญทองจากวีลแชร์ เรซซิ่ง 400 เมตร T 53 จาก"พงศกร แปยอ" คือคำตอบนั้นคำตอบที่ว่า แม้พวกเขาไม่ได้เดินด้วยขาตัวเอง แต่พวกเขาก็มี"เพื่อนร่วมทาง"ที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันในทุกการแข่งขันและสำหรับ"พงศกร แปยอ" ที่คว้า 1 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงิน สิ่งที่เขาได้รับ มีความหมายมากกว่ารางวัล นั่นคือการได้ยืนเคียงข้าง"ประวัติ วะโฮรัมย์" พี่ที่เป็นเพื่อนและเป็นผู้มอบ"วีลแชร์" ที่เป็นเสมือน"ขา"สำหรับแข่งขันให้เขาจนมาไกลถึงวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า"พาราลิมปิก" เป็นการแข่งขันที่เงียบเหงา สื่อก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก จนกระทั่งนักกีฬาเหล่านี้คว้าเหรียญรางวัลขึ้นมา จึงจะมี"ข่าว"แบบปากต่อปาก ขณะที่ผู้สนับสนุนก็มีไม่มากนัก ที่เห็นๆก็น่าจะมีเพียง"สิงห์" ที่เป็นผู้สนับสนุนนักกีฬาคนพิการของไทยไปร่วมแข่งขันครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าการไปร่วมแข่งขันไม่ได้ไปเพื่อชัยชนะ หากแต่การเข้าร่วมเพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้เป็นภาวะของคนอื่น พวกเขาพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ไม่สมบูรณ์สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เหมือนที่"สันติ ภิรมย์ภักดี" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวไว้เมื่อคราวจัดงาน "วันนักกีฬาสิงห์" เพื่อมอบรางวัลนักกีฬาหัวใจสิงห์ ให้แก่นักกีฬาแต่ละสมาคมฯ ที่ทำผลงานโดดเด่นสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวมทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นต่อไปในการพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จเหมือนเช่นรุ่นพี่ๆอีกด้วยนั้นสำหรับ "พงศกร แปยอ" มาถึงจุดนี้และเป็นคนนำเหรียญแรกให้กองนักกีฬาคนพิการไทยในพาราลิมปิกครั้งนี้ ก็เพราะเขาได้แรงบันดาลใจมากจาก "ประวัติ วะโฮรัมย์" ไอดอลของเขานักกีฬารุ่นที่ที่สอนให้เขารู้ว่า ทุกคนไม่ได้เดินเดียวดาย !!!