เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด มีความพร้อมเกือบจะเต็มที่ หลังจากช่วงพักทีมชาติ มีผู้เล่นได้เจ็บเพียง 2 คนคือ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ และ เฮนริกมาคิทายานแนวรุกทีมชาติอาร์เมเนีย โดยทั้งคู่ต้องรอประเมินสภาพร่างกายอีกครั้ง ซึ่งรายของชอว์ น่าจะฟิตจากการเจ็บกล้ามเนื้อลงเป็นตัวจริงได้อย่างไม่มีปัญหา
ในตำแหน่งอื่นๆ ดาลีย์ บลินด์ ยังจะยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ เอริก ไบญี่ ต่อไป แม้ คริส สมอลลิ่ง จะฟิตกลับมาเต็มที่แล้ว ขณะที่แดนกลาง มารูยาน เฟลไลนี่ พร้อมลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่องคู่กับ ปอล ป็อกบา ขณะที่แนวรุกแม้ว่าล่าสุด มาร์คัส แรชฟอร์ด จะร้อนแรงทำ แฮตทริก 3 ประตู ในเกมยู-21 ของทีมชาติอังกฤษ แต่ยังน่าจะต้องนั่งสำรองต่อไป
ผู้เล่นเกมรุกจะยังคงเป็น เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า และ อองโตนี่ มาร์ซิยัล ที่เพิ่งยิงประตูให้ทีมชาติฝรั่งเศสได้ และหัวหอกตัวจบสกอร์จะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ฝั่ง แมนฯ ซิตี ของผู้จัดการทีม เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีข่าวดีเช่นกันเมื่อ บาคารี ซาญ่า, แวงซองต์ กอมปานี, อิลคาย กุนโดกาน และ เลรอย ซาเน่ ที่มีอาการเจ็บก่อนหน้านี้กลับมาซ้อมได้อย่างเต็มที่ทุกคนแล้ว แต่ กอมปานี, กุนโดกาน และซาเน ที่ยังไม่เคยลงสนามในฤดูกาลนี้น่าจะมีลุ้นเพียงแค่รายชื่อสำรอง
แนวรับยังคงใช้ จอห์น สโตนส์ ยืนเป็นหลักกับ นิโคลัส ออตตาเมนดี้ แดนกลางยังคงใช้ แฟร์นันดินโญ่ เป็นกองกลางตัวรับเพียงคนเดียวและอีก 2 รายจะเดินเกมรุกเต็มที่ทั้ง ดาวิด ซิลบา และเควิน เดอ บรอยด์
สำหรับ 3 แนวรุกต้องมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเซร์คิโอ อเกวโร่กองหน้าตัวเก่งติดโทษห้ามแข่ง 3 นัด จึงมีโอกาสจะดัน โนลิโต้ ขึ้นไปเล่นกองหน้าตัวจบสกอร์ และส่ง เฆซุส นาบาส กลับมาเป็นตัวจริงริมเส้น หรือจะใช้ โนลิโต้ กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เล่นตำแหน่งเดิมและส่ง เคลิชี อิเฮียนาโช เป็นกองหน้าตัวจบสกอร์
การแข่งขันในคู่อื่น ๆ21:00 น.มิดเดิลสโบรช์พบคริสตัล พาเลซ21:00 น.เวสต์แฮม ยูไนเต็ดพบวัตฟอร์ด21:00 น.อาร์เซนอลพบเซาแธมป์ตัน21:00 น.บอร์นมัธพบเวสต์บรอมวิช อัลเบียน21:00 น.เบิร์นลีย์พบฮัลล์ ซิตี21:00 น.สโตค ซิตีพบทอตแน่ม ฮอตสเปอร์23:30 น.ลิเวอร์พูลพบเลสเตอร์ ซิตี