สกอตต์ แบล็คมัน ซีอีโอของ คณะกรรมการโอลิมปิก สหรัฐอเมริกา บอกว่าพฤติกรรมของนักกีฬาที่กุเรื่องขึ้น ถือว่ายอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการใส่ร้ายป้ายสี เจ้าภาพ อย่างไม่เป็นธรรม และเบี่ยงเบนความสนใจจากความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของ ทัพนักกีฬา สหรัฐอเมริกา
จากบทลงโทษ ทำให้ ลอชตี้ วัย 32 ปี จะชวดเงินอัดฉีด หลังคว้าเหรียญทอง ประเภทผลัด 4x200 เมตรชาย จาก คณะกรรมการโอลิมปิก สหรัฐอเมริกา มูลค่า 2 หมื่น 5 พันดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 750,000 บาท รวมถึงหมดสิทธิ์รับค่าจ้าง 3,250 เหรียญ หรือราว 97,500 บาท ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาที่ถูกห้ามแข่งขัน ขณะที่ผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 3 คน ได้แก่ กุนนาร์ เบนท์ซ , แจ็ค คองเกอร์ และ จิมมี ไฟแกน โดนลงดาบคนละ 4 เดือน
ก่อนหน้า ลอชตี้ สูญเสียรายได้จากสปอนเซอร์ชั้นนำ อาทิ สปีโด้ ผู้ผลิตชุดกีฬาว่ายน้ำ และ ราล์ฟ ลอเรน เสื้อผ้าแบรนด์ดัง และการถูกตัดสินโทษดังกล่าว เป็นเหตุให้ ลอชตี้ พลาดลงแข่ง รายการ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2017 ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี วันที่ 14-30 กรกฎาคม
ทั้งนี้ เรื่องอื้อฉาว ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ ลอชตี้ เจ้าของสมญา "เดอะ ลอชเทเนเตอร์" อ้างต่อสื่อที่กรุง ริโอ เดอ จาเนโร ว่า เขากับเพื่อน อีก 3 ราย ถูกข่มขู่ชิงทรัพย์ โดยอาชญากรพกปืน ที่ทำตัวเหมือนตำรวจ หลังฉลองปาร์ตีจนถึงเช้ามืด แต่เจ้าหน้าที่สืบสวน ตรวจสอบหลักฐานพบว่า ทั้ง 4 คนทำลายทรัพย์สินภายในห้องน้ำ และตั้งข้อหาแจ้งความเท็จ อย่างไรก็ตาม ลอชตี้ เดินทางกลับบ้านเกิด ก่อนที่จะมีการดำเนินคดี