เนชั่นทีวี

กีฬา

ศึกชิงแชมป์กลุ่มดี ยูโร2016 "สเปน" ดวล "โครเอเชีย"

21 มิ.ย. 2559 | Ekkapon

ศึกชิงแชมป์กลุ่มดี ยูโร2016 "สเปน" ดวล "โครเอเชีย"

เกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม ดี ที่จะเล่นเวลาตี 2 ทั้งสองคู่ ทีม"กระทิงดุ" สเปน แชมป์ 2 สมัยล่าสุด จะเล่นเกมตัดสินแชมป์กลุ่มกับ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ที่สต๊าด เดอ บอร์กโดซ์ โดยก่อนนัดนี้ สเปน เก็บชัยชนะมา 2 นัดรวดเหนือสาธารณรัฐเช็ก 1-0 และชนะ ตุรกี 3-0 ต้องการเพียงแค่เสมอ ขณะที่ โครเอเชีย มี 4 แต้มจากการเอาชนะ ตุรกี 1-0 และเสมอ เช็ก 2-2 ต้องการชัยชนะเพื่อแซง สเปน ขึ้นมา



ฝั่ง บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปน อาจจะพัก เซร์คิโอ รามอส เซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงเพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากมีใบเหลืองติดตัวอยู่ น่าจะเป็น มิเกล ซานโฮเซ่ กองหลังจาก แอธเลติก บิลเบา ลงมายืนเซ็นตอร์แบ็กร่วมกับ เกราร์ด ปิเก้ แดนกลางยังมี อันเดรส อิเนสต้า เป็นจอมทัพ ประสานงานกับ เชส ฟาเบรกาส และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ โดยที่แนวรุกยังเป็น 3 ประสาน ดาวิด ซิลบา, โนลิโต้ และ อัลบาโร่ โมราต้า
สำหรับสถิติที่พบกันมา พบกันมา 5 ครั้ง สเปน ชนะ 3 ครั้ง โครเอเชีย ชนะเพียงครั้งเดียว และเสมอกัน 1 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายที่พบกันรายการนี้เป็นรอบแรก ยูโร 2012 หนก่อน สเปน ชนะ 1-0 ขณะที่ชัยชนะเพียงครั้งเดียวของ โครเอเชีย เป็นเกมอุ่นแข้งที่ชนะ 2-0 เมื่อปี 1994
ฝั่ง โครเอเชีย ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ ลูก้า โมดริช ในแดนกลาง และ มาริโอ มานด์ซูคิช หัวหอก หลังจากที่เจ็บจากเกมล่าสุดด้วยกันทั้งคู่ และแม้ว่าจะไม่มีอาการกล้ามเนื้อฉีกอย่างที่กลัวกัน แต่ อันเต ชาซิช เทรเนอร์ทีมชาติโครเอเชีย จะไม่เสี่ยงส่งลงสนามหากไม่สมบูรณ์เต็มที่จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ชาซิช กุนซือวัย 62 ปี ต้องระวังผู้เล่นที่มีใบเหลืองติดตัวเช่นกันโดยเฉพาะกับ โดมากอย วิด้า และ อิวาน สตรินิช 2 แนวรับ นอกจากนี้ยังมี มิลาน บาเดล กับ มาร์เชโล่ โบรเซวิช แต่ก็คาดว่าทั้ง 4 คนยังน่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง



เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
- นี่เป็นครั้งที่ 6 ที่คู่นี้เจอกัน โดยสเปนชนะ 3 จาก 5 ครั้งก่อนหน้านี้ ขณะที่โครเอเชียชนะครั้งเดียว (เสมอ 1)- ชัยชนะของโครเอเชียในการพบสเปน เกิดขึ้นจากครั้งแรกที่เจอกันในปี 1994 (2-0) นับจากนั้น พวกเขายิงได้แค่ 2 ประตูจาก 4 เกมที่พบ "กระทิงดุ" (แพ้ 3 เสมอ 1)- สเปนและโครเอเชียเจอกันครั้งล่าสุดในยูโร 2012 ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่เจอกันในรายการใหญ่ โดยสเปนชนะ 1-0 โดยได้ประตูในนาทีที่ 88 จาก เฆซุส นาบาส- โครเอเชีย ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ยูโร รอบสุดท้าย 50% จากการเข้าร่วมแข่งขันก่อนหน้านี้ (2 จาก 4) ในปี 1996 และ 2008- โครเอเชีย แพ้แค่ครั้งเดียวจาก 8 เกมหลังสุดในรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร รอบสุดท้าย (ชนะ 5 เสมอ 2)- โครเอเชีย ยิงไม่ได้แค่ครั้งเดียวจาก 11 เกมหลังสุดในยูโร รอบสุดท้าย จากเกมกับสเปนในปี 2012- สเปนไม่แพ้ 14 เกมติดต่อกันในยูโร (ชนะ 11 เสมอ 3) และไม่เสียประตูติดต่อกัน 690 นาทีติดต่อกัน- สเปนยิงประตูได้ตลอด 8 เกมหลังสุดในรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร รอบสุดท้าย โดยหนล่าสุดที่ยิงไม่ได้เกิดขึ้นในปี 2004 จากเกมพ่ายโปรตุเกส 0-1- โครเอเชีย มีโอกาสยิงประตูมากกว่าคู่แข่ง 20 ครั้งจาก 2 เกมแรกยูโรครั้งนี้ แต่ได้ประตูมากกว่าคู่แข่งแค่ 1 ประตู- โครเอเชียเคยเล่นที่บอร์กโดซ์มาแล้ว 2 ครั้งในฟุตบอลโลก 1998 ที่พาร์ค เลสคูร์ สเตเดี้ยม ก่อนพ่ายอาร์เจนตินา 0-1 ในรอบแบ่งกลุ่มและชนะ 1-0 เหนือโรมาเนีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย- ถ้า ดาริโย่ เซอร์น่า ลงเล่น จะเป็นเกมที่ 17 ของเขาในรายการใหญ่ เป็นสถิติใหม่ของโครเอเชีย- อัลบาโร่ โมราต้า กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่ยิงอย่างน้อย 2 ประตูในยูโร รอบสุดท้าย ให้กับสเปน ต่อจาก อัลฟอนโซ่ เปเรซ, ดาบิด บีย่า (แฮตทริกในเกมกับรัสเซีย), เฟร์นานโด ตอร์เรส และ ชาบี อลอนโซ่- อันเดรส อิเนียสต้า ผ่านบอลสำเร็จ 177 ครั้งในยูโร มากกาว่าผู้เล่นสเปนทุกราย ขณะที่โครเอเชียไม่มีผู้เล่นคนไหนผ่านบอลสำเร็จเกิน 100 ครั้ง (ลูก้า โมดริช - 93)

ข่าวล่าสุด