เกร็ดสถิติที่น่าสนใจของคู่นี้ ทาง ฝรั่งเศส เก็บชัยชนะได้ถึง 4 จาก 6 เกมหลังสุดที่พบกับ แอลเบเนีย อย่างไรก็ตามสองเกมหลังสุดที่เผชิญหน้ากัน แอลเบเนีย ไม่แพ้เลย คือชนะ 1 เสมอ 1) โดยเกมล่าสุดที่พบกันเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2015 แอลเบเนีย ชนะ 1-0 จากการยิงฟรีคิกของเออร์กิส คาเซ่
ลูกทีม ของ ดีดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ประเดิมศึกยูโร 2016 ด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือ โรมาเนีย โดยได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจากการยิงประตูสุดสวยของ ดิมิทรี่ ปาเยต เก็บสามแต้มตามเป้าหมายนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เอ
ความพร้อมเกมนี้ได้ตัว แบลส มาตุยดี้ กองกลางตัวกลั่นหายเจ็บหัวเข่า กลับมาซ้อมได้ตามปกติแล้ว น่าจะลงสนามได้ตามปกติ
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตูให้ อูโก้ โยริส จอมหนึบจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่รับตำแหน่งกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ด้วย ลงมาเฝ้าเสาตามปกติ
เซนเตอร์แบ็กวางใจคู่หู อาดิล รามี่ กับ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ แบ็กขวา-ซ้ายเป็น บาการี่ ซาญ่า กับ ปาทริซ เอวร่า
ขุมกำลังแดนกลางวาง ปอล ป็อกบา, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ แบลส มาตุยดี้ ลงประจำการ ส่วนสามประสานแดนหน้าจัดจ้านอย่างยิ่งใช้งาน อ็องตวน กรีซมันน์, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ ดิมิทรี ปาเยต
ทางด้าน แอลเบเนีย ของกุนซือจานนี่ เด เบียซี่ ปราชัยต่อ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 หลังเสียประตูตั้งแต่ไก่โห่จากลูกโหม่งของ ฟาเบียน แชร์เกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ
- ฝรั่งเศส เก็บชัยชนะได้ 4 จาก 6 เกมที่พบกับ แอลเบเนีย แต่ไม่ชนะในสองเกมหลัง (เสมอ 1 แพ้ 1)- เออร์กิส คาเซ่ ยิงประตูจากฟรีคิกให้ แอลเบเนีย ชนะ ฝรั่งเศส 1-0 ในเกมล่าสุดที่พบกันเมื่อมิถุนายน 2015- แอลเบเนีย ไม่เคยยิงมากกว่าหนึ่งลูกต่อเกมในการพบกับ ฝรั่งเศส (3 ลูกจาก 6 เกม)- แอลเบเนีย ไม่เคยบุกชนะ ฝรั่งเศส ที่แดนน้ำหอม โดยเสียไป 9 ลูกจาก 3 เกม และยิงได้แค่ลูกเดียว (เสมอ 1 แพ้ 2)- ฝรั่งเศส แพ้เกมเดียวจาก 11 เกมหลังในการเล่นที่สต๊าด เวโลโดรม (แพ้ อาร์เจนติน่า เมื่อปี 2009 สถิติที่เหลือคือ ชนะ 7 เสมอ 3)- ทีมตราไก่เล่นที่นี่มาสองหนในยูโรรอบสุดท้าย หนแรกเมื่อปี 1960 แพ้ให้กับ เช็กโกสโลวาเกีย 0-2 และ เอาชนะ โปรตุเกส 3-2 เมื่อปี 1984- ฝรั่งเศส ชนะเกมในบ้านมา 6 เกมติดต่อกันที่เล่นในยูโรรอบสุดท้าย (5 ในปี 1984 และ 1 ในปี 2016)- ฝรั่งเศส รักษาคลีนชีตได้แค่ 2 จาก 17 เกมหลังที่เล่นในยูโรรอบสุดท้าย (เจอ โรมาเนีย ปี 2008 และ ยูเครน ปี 2012)- ฝรั่งเศส ยิงเข้ากรอบ 2 หนในเกมเปิดสนามกับ โรมาเนีย โดยทั้งหมดเกิดขึ้นในครึ่งหลัง- 7 จาก 8 ประตูหลังที่ ฝรั่งเศส ทำได้เกิดขึ้นในครึ่งหลัง- เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็นนักเตะที่จับบอลมากที่สุด (101 ครั้ง), ผ่านบอลมากที่สุด (86 ครั้ง), ตัดบอลมากที่สุด (5 ครั้ง) และเข้าสกัดบอลมากที่สุด (3 ครั้ง) ในทีมจากเกมแรกที่พบกับ โรมาเนีย- โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงไป 8 ลูกจาก 6 เกมหลังที่ออกสตาร์ทตัวจริงให้ ฝรั่งเศส- ในเกมกับ โรมาเนีย, ดิมิทรี ปาเยต เป็นนักเตะฝรั่งเศสคนแรกที่ทั้งยิงและแอสซิสต์ในเกมเดียวของยูโรรอบสุดท้าย นับตั้งแต่ เธียร์รี่ อองรี ทำได้เมื่อปี 2000 (เจอ สาธารณรัฐเช็ก)- ปาเยต ยิงไป 6 ลูกและ 9 แอสซิสต์ จาก 17 เกมหลังที่ลงเล่นที่สต๊าด เวโลโดรมในฐานะนักเตะมาร์กเซย- แอลเบเนีย แพ้มาแล้วสองเกมติด โดยพวกเขาไม่แพ้ถึง 3 เกมติดมาก่อนนับตั้งแต่ตุลาคม 2013