ศึกยูโร 2016 วันที่ 15 มิถุนายน เป็นเกมรอบแรกนัดที่ 2 กลุ่ม เอ ตราไก่ ฝรั่งเศส ที่เอาชนะ โรมาเนีย มา 2-1 จะลงสนามพบ แอลเบเนีย ที่แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ มา 0-1 ที่สนามสตาด เวโลโดรม เมืองมาร์กเซย โดยเกมนี้มีโอกาสสูงที่ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น แม้ในเกมนัดเปิดสนาม 2 ดาราของทีมอย่าง ปอล ป็อกบา กับ อองตวน กรีซมันน์ จะเล่นไม่ออก
เดส์ชองส์ เชื่อว่า ป็อกบา ยังเป็นกำลังหลักในแดนกลางต่อไป แม้จะมีการถอดออกจากทีมในช่วงที่ถูกโรมาเนีย ตีเสมอ 1-1 ขณะที่แดนหน้าจะยังให้โอกาส อองตวน กรีซมันน์ แม้จะไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุกในเกมล่าสุด เพราะเชื่อว่าการเล่นกับแอลเบเนีย ทีมที่ต่ำชั้นกว่า น่าจะเรียกความมั่นใจของกองหน้ารายนี้กลับมาได้
แนวรับจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาดิล รามี จะยังยืนเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับ โลรองต์ กอสเซลนี และแดนกลาง เอ็นโกโล กองเต จะรับหน้าที่เป็นตัวตัดเกม ขณะที่ ป็อกบา กับ แบลส มาตุยดี น่าจะได้อิสระในการเล่นเกมรุกมากขึ้น โดยที่แนวรุก กรีซมันน์ จะยังได้ประสานงานกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และดิมิทรี ปาเยต์ ฮีโร่เกมนัดเปิดสนาม
ฝั่งแอลเบเนีย น่าจะมีการปรับทีมไปบ้างจากเกมนัดแรกเมื่อแนวรับจะไม่มี ลอริค ชานา กองหลังกัปตันทีมที่ติดโทษแบนในเกมที่แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 มีโอกาสจะใช้ เฟเดริก เวเซลล์ กองหลังจากลูกาโน หรือ นาเซอร์ อลิจี จากเอฟซี บาเซิล ลงมาคู่กับ เมอร์กิม มาฟราย
ขณะที่แนวรุกกุนซือ จิอันนี เด เบียซี มีโอกาสส่ง โซโคล ชิเคลเลชี ลงมาเป็นกองหน้าตัวเป้าแทนที่ อาร์มันโด ซาดิคู ที่มีโอกาสเป็นตัวจริงในเกมกับสวิตเซอร์แลนด์ แต่เล่นไม่ออก
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ฝรั่งเศส ในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู - อูโก ยอริส, กองหลัง - บาคารี ซาญา, อาดิล รามี, โลรองต์ กอสเซลนี, ปาทริซ เอฟรา, กองกลาง - ปอล ป็อกบา, เอ็นโกโล กองเต, แบลส มาตุยดี, กองหน้า - อองตวน กรีซมันน์, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, ดิมิทรี ปาเยต์
แอลเบเนีย ในระบบ 4-5-1 ผู้รักษาประตู - เอทริท เบริชา, กองหลัง - เอลเซอิด ไฮซาย, นาเซอร์ อลิจี, เมอร์กิม มาฟราย, อันซี อาโกลลี, กองกลาง - บูริม คูเคลี, ตูลองต์ ชากา, โอดิเซ โรชี, อาเมียร์ อาบราชี, เอเมอร์ เลนยานี, กองหน้า - โซโคล ชิเคลเลชี
ขณะที่เกมอีกคู่ของกลุ่ม บี ที่สนามปาร์ก เดส์ แปรงซ์ กรุงปารีส ผีดิบ โรมาเนีย หวังแก้ตัวในเกมกับ นาฬิกา สวิตเซอร์แลนด์ เวลา 23.00 น.
ส่วนเกมในกลุ่ม เอ ที่สนามสตาด ปิแอร์ โมรัว เวลา 20.00 น. หมีขาว รัสเซีย ที่ไล่ตีเสมอ อังกฤษ 1-1 ในช่วงทดเวลาเจ็บจะพบกับ สโลวะเกีย ที่แพ้ เวลส์ มา 1-2 ในเกมนัดแรก ดังนั้นเกมนี้จึงจะเป็นเกมชี้ชะตา สโลวะเกีย เพราะหากแพ้อีกโอกาสเข้ารอบจะแทบไม่มีแล้ว และเกมสุดท้ายในรอบแรกต้องไปเจอทีมที่แข็งอย่าง อังกฤษ