พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ชี้แจงถึงกรณีเงินอัดฉีด จำนวน 30 ล้านบาท ที่จะมอบให้กับทีมชาติไทย หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า เงินจำนวนนี้ถูกผู้บริหารสมาคมฯ นำไปใช้ส่วนตัว จนทำให้มีการออกมาชี้แจงผ่านเฟสบุคแฟนเพจ Fair เมื่อวานที่ผ่านมา
โดย พล.ต.อ.สมยศ บอกว่า เงินจำนวน 15 ล้านบาท ที่โตโยต้า และไทยรัฐทีวีมอบให้ ยังคงอยู่ในบัญชีธนาคาร ส่วนอีก 15 ล้านบาทที่เหลือ ยืนยันว่าตอนนี้มีผู้ที่จะเข้ามาดูแลเงินจำนวนนี้แล้ว โดยหากได้เงินครบตามจำนวน ก็จะมีการส่งมอบต่อให้กับนักเตะ และทีมงานโดยทันที
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอล ยังได้บอกอีกว่า ตอนนี้ทางสมาคมฯ ยังคงค้างการชำระภาษี กรมสรรพกร จำนวน 140 ล้านบาท ซึ่งมาจากเงินต้น 70 ล้าน และดอกเบี้ยอีก 70 ล้านบาท ที่สมาคมฯชุดเดิม คงค้างมากว่า 8 ปี ซึ่งยังไม่นับรวมค่าจัดกิจกรรมอื่นๆ อีกราว 10 ล้านบาท รวมตัวเลขทั้งหมดกว่า 150 ล้านบาท ส่วนที่มีข่าวว่า ทุกสมาคมฯ ที่ลงท้ายด้วย คำว่า ในพระบรมราชูปถัมภ์ แล้วไม่ต้องชำระภาษีนั้น ไม่เป็นเรื่องจริง โดยทางสมาคมฯจะต้องหาเงินที่ได้จากสปอร์นเซอร์มาจ่ายในส่วนนี้ก่อน เพราะภาษีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นหนี้มาจากสมาคมฯชุดเก่าก็ตาม
ส่วนในเรื่องเงิน อีก 10 ล้านบาท ที่ พล.ต.อ.สมยศ ได้หยิบยืม มาจากลูกสาว ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น นายกลูกหนังไทย ยังได้บอกอีกว่า ตอนนี้ได้ยืมเงินของลูกสาวมา เพื่อสำรองจ่ายให้ผู้ตัดสินในระดับดิวิชั่น 2 เนื่องจากว่าทางสปอนเซอร์ ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินเข้ามา อีกทั้งการเบิกจ่ายเงินจาก กกท. นั้น ต้องมีขั้นตอน และใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงได้หาเงินมาจ่ายให้ผู้ตัดสินชั่วคราวไปก่อน โดยหากได้เงินมาก็จะนำเงินไปคืนโดยทันที