ฝั่ง มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี ถือว่าอยู่ในช่วงมั่นใจเพราะยังไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่เข้าเดือนเมษายน เมื่อลงสนาม 7 นัดรวมทุกถ้วย ชนะ 5 เสมอ 2 โดยในเกมลีกนัดล่าสุด เพิ่งสอนเชิง ช่างปั้นหม้อ สโตค ซิตี 4-0 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ของตัวเอง ส่วนผลงานในถ้วยยูฟา แชมเปียนส์ลีก 10 นัด ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 โดย 2 นัดที่แพ้ เป็นการแพ้ให้กับ ม้าลาย ยูเวนตุส ทั้งเหย้า-เยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม
ส่วนสภาพทีมเหลือผู้เล่นตัวหลักเจ็บยาวเพียงคนเดียวคือ ซามีร์ นาสรี กองกลางตัวรุก ซึ่งไม่ถูกใส่ชื่อในรายการนี้ตั้งแต่แรก และต้องรอประเมินสภาพร่างกายของ ยายา ตูเร มิดฟิลด์ตัวกลาง กับ เฟอร์นันโด กองกลางตัวรับ เพียงสองรายเท่านั้น นอกจากนั้นผู้เล่นบางคนที่ได้พักในเกมชนะ สโต๊ค จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง อาทิ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวรุก และแบ็กโฟร์เกือบยกแผง แต่กองหน้ายังคงเป็น เซร์คิโอ กุน อเกโร เช่นเดิม
ขณะที่ฝั่ง เรอัล มาดริด ของเทรนเนอร์ ซีเนอดีน ซีดาน ถือว่าอยู่ในช่วงความมั่นใจดีเยี่ยม เพราะนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ชนะในลีกติดต่อกันมาแล้ว 9 นัด ทำให้กลับมามีลุ้นแชมป์สแปนิช ลาลีกา ใน 3 นัดสุดท้าย ขณะที่ผลงานในถ้วยยูฟา แชมเปียนส์ลีก 10 นัด ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 โดยเกมที่แพ้เพิ่งเกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ผ่านมา เมื่อออกไปพ่าย หมาป่า โวล์ฟสบวร์ก 0-2 แต่กลับมาชนะ 3-0 ในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว ของตัวเอง ทำให้เข้ารอบรองชนะเลิศ ด้วยผลประตูรวม 3-2
ส่วนสภาพทีมเหลือผู้เล่นเจ็บเพียงคนเดียว คือ ดานี คาร์บาฆาล แบ็กขวา ขณะที่ คริสเตียโน โรนัลโด ปีกตัวยิง ที่ทำไปแล้ว 31 ประตูในลาลีกา และ 16 ประตู ในยูฟา แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ แต่ไม่ได้ลงเกมลีกนัดล่าสุด ซึ่งมาดริด บุกแซงชนะ ราโย บาเยกาโน 3-2 ทั้งที่โดนนำ 2 ประตู ตั้งแต่ 14 นาทีแรก หาก โรนัลโด วัย 31 ปี ลงไม่ได้จริงๆ ฮาเมส โรดริเกซ ปีกโคลอมเบีย จะทำหน้าที่แทน แต่ข่าวดีคือ แกเร็ธ เบล ปีกเวลส์ หายเจ็บกลับมาแล้ว และเป็นผู้ยิง 2 ประตูในเกมลีกนัดล่าสุด ขณะที่ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม ที่ได้พักจะกลับมาเป็นตัวจริงในนัดนี้