อดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการ บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท กล่าวว่า ไม่คาดคิดว่าจะมีการยกเลิกสัญญาบริหารสิทธิประโยชน์ ก่อนหน้านี้ผู้บริหารสมาคมชุดใหม่ ให้สยามสปอร์ตส่งตัวแทนเข้าพบ เพื่อหารือหาแนวทาง ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ ไปเจรจา ซึ่งบรรยากาศก็ค่อนข้างเป็นมิตร ไม่คิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น
หลังจากสมาคมประกาศยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์ และมีการเผยแพร่มติผ่านเว็บไซต์ นั้น ก่อให้เกิดความเสียหายกับสยามสปอร์ต ดังนั้น ในวันต่อมาคือวันที่ 8 มีนาคม สยามสปอร์ตจึงต้องออกมาชี้แจงให้สังคมทราบ เพราะไม่เช่นนั้นสังคมจะเกิดความเข้าใจผิดต่อสยามสปอร์ต โดยเฉพาะในข้อกล่าวหาที่ว่าสัญญาไม่เป็นธรรม และเป็นการผูกขาด
ขอตั้งข้อสังเกตว่า การยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์ครั้งนี้ มีวาระอะไรแอบแฝงหรือไม่ เพราะจากคำให้สัมภาษณ์ของนายกสมาคมคนใหม่ ทางทีวีแห่งหนึ่ง ที่ระบุว่า จะอนุญาตให้บริษัทเอกชนทุกรายที่มีสัญญากับสมาคมฟุตบอลให้ทำไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 แต่ทำไมสยามสปอร์ตจึงถูกยกเลิกเพียงรายเดียว
ขอยืนยันว่า สยามสปอร์ตไม่เคยผิดสัญญา ปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกประการ
การเข้ามาทำหน้าที่บริหารสิทธิประโยชน์ หน้าที่หลัก หารายได้ เราต้องยอมรับความจริงว่า งบประมาณที่หามา เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อน การพัฒนาวงการฟุตบอล อีกหน้าที่หนึ่งก็คือ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งทั้ง 2 หน้าที่ ทางสยามสปอร์ตก็ดำเนินอย่างเต็มที่สิ่งที่พิสูจน์ได้ก็คือ ถ้าสยามสปอร์ตทำอะไรผิด สโมสรสมาชิกจะต้องออกมาต่อต้าน คงไม่ปล่อยให้สยามสปอร์ตทำต่อมาจนถึงขนาดนี้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครต่อต้านเลย
กรณีที่ถูกกล่าวหาว่า มีการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับสมาคมฟุตบอล ขอชี้แจงอีกครั้งว่า ไม่จริง ยังมองไม่ออกว่า ข้อไหนไม่เป็นธรรม
การบริหารฟุตบอลอาชีพ ในแต่ละปี จะมีการทำงบประมาณรายรับ รายจ่าย ก่อนทุกครั้ง เราจะทราบล่วงหน้าว่า มีรายรับเท่าไหร่ มีรายจ่ายเท่าไหร่ เหลือเป็นส่วนแบ่งกันคนละเท่าไหร่ และจ่ายเงินผ่านสมาคมฟุตบอลทุกครั้ง ไม่ต้องรอให้จบฤดูกาลแข่งขัน
การกล่าวหาว่า การกำหนดผลตอบแทนไม่ชัดเจน ไม่มีอิสระในการบริหารงบประมาณ จึงเป็นเรื่องไม่จริง
ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท ในวันที่พูดคุยก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี พูดคุยกันถึง 4 ครั้ง และมีการส่งเอกสารสัญญา ระเบียบรายรับรายจ่ายให้ดู หลังจากนั้นก็มีการเจรจากันว่า จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างจะได้ไหม ก็ตอบไปว่า ได้ ยินดี ไม่มีปัญหา ไม่คาดคิดว่าจะมีการประกาศออกมาอย่างนี้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ตกใจกับเหตุผลของสมาคมฟุตบอลเป็นอย่างมาก
โดยตามเงื่อนไขสัญญาทั้งหมด ขอยืนยันว่า ทางสยามสปอร์ตไม่เคยทำผิดเงื่อนไข ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา ที่ผ่านมาเราได้รับค่าลิขสิทธิ์ 300 ล้านบาทที่ได้มอบให้สโมสรสมาชิกอย่างทั่วกัน จนมาเป็น 600 ล้านบาท ในปี 2557-2559 ที่เราได้มอบค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ทีมไทยลีก 18 ทีม ทีมละ 20 ล้านบาท ดิวิชั่น 1 จำนวน 18 ทีม ทีมละ 3 ล้านบาท และทีมดิวิชั่น 2 จำนวน 83 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท รวมแล้ว 500 กว่าล้านบาท อีกทั้งเราได้ดูแลเรื่องการถ่ายทอดสดไทยลีก 306 แมทช์, ดิวิชั่น 1, ดิวิชั่น 2 และฟุตบอลถ้วยต่างๆ
ในอดีตแทบจะไม่มีคนเข้าดูการแข่งขันฟุตบอลในสนาม คนดูน้อยกว่านักเตะ ถึงขนาดแซวกันว่า ก่อนประกาศรายชื่อนักเตะ ประกาศรายชื่อคนดูก่อนยังได้เลย ต่อมาเมื่อสยามสปอร์ตเข้ามาดูแล ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การจัดแข่งขันแต่ละแมทช์ แต่ละรายการ ผู้ชมแน่นขนัด
ขณะเดียวกัน บรรดาผู้ให้การสนับสนุนหรือสปอนเซอร์ต่างก็เข้ามา ถึงแม้จะยังไม่เต็มจำนวนก็ตาม หมายถึงป้ายโฆษณาข้างสนาม แต่ขณะนี้ก็มีสปอนเซอร์หลายรายพร้อมจะเข้ามาให้การสนับสนุนดังนั้น การที่จะมีการหาผู้เข้ามาดูแลบริหารสิทธิประโยชน์รายใหม่ การให้สิทธิประโยชน์กับทางสมาคมฟุตบอล มีความเป็นไปได้ที่สมาคมฟุตบอลจะได้เพิ่มมากขึ้น หรือ อาจจะน้อยลงก็เป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันอีกครั้งว่า สยามสปอร์ต มีความมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีให้แก่วงการฟุตบอล