เมื่อวันที่ 25 ม.ค.59 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เสธ.โต พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่แต่งตั้งโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดแถลงข่าวเรื่องการจัดเลือกตั้งนายก และสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่จะมีในวันที่ 11 ก.พ.นี้
พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าวว่า จากที่ได้เปิดรับสมัครผู้ชิงตำแหน่งไปแล้วนั้นกรรมการกลาง ได้ตัดสินใจเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่สมัครทั้งกับกรรมการกลาง ที่ กกท. และสมัครที่สำนักเลขาธิการ ทั้งนี้ ได้กำหนดกลุ่มผู้สมัคร 3 กลุ่ม สโมสรทั้ง 72 สโมสร ได้ใบลงคะแนน 3 ใบ สำหรับตำแหน่งต่างๆ โดยกำหนดหมายเลข ดังนี้
ตำแหน่งนายกสมาคมฯ ลงคะแนนได้ 1 ชื่อ ดังนี้ 1. นายธวัชชัย สัจจกุล 2. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง 3. นายพินิจ สะสินนิน 4. ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน 5. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 6. พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม
ตำแหน่งอุปนายก ลงคะแนนได้ 5 ชื่อ (ทีมนายธวัชชัย) 1. นายกล้าณรงค์ จันทิก 2. พล.ร.ท.นพ.วิโรจน์ รุธิรวัฒน์ 3. นพ.ทศพร เสรีรักษ์ 4. นายกษิภัท ภูมิสิงหชัย 5. นายวัชระ กรรณิการ์, (ทีมพล.ต.อ.สมยศ) 6. นายทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ 7. นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ 8. นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ 9. นายวิทยา เลาหกุล 10. พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์, (ทีม ดร.ชาญวิทย์) 11. นายภิญโญ นิโรจน์ 12. ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร 13. พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร 14. ดร.องอาจ ก่อสินค้า 15. นายธเนศ เครือรัตน์
ตำแหน่งกรรมการกลาง ลงคะแนนได้ 13 ชื่อ ทีมนายธวัชชัย หมายเลข 1-13, ทีม พล.ต.อ.สมยศ 14-26 และ ทีม ดร.ชาญวิทย์ 27-39
ทั้งนี้กรรมการกลาง ประสานงานขอใช้อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก เป็นสถานที่รับสมัคร โดยในวันประชุมใหญ่ วันที่ 11 ก.พ. เริ่มลงทะเบียน 09.00 น. วาระแรกจะโหวตรับรองข้อบังคับการเลือกตั้ง จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการเลือกตั้ง
เสธ.โต กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีการกลัวกันว่า การมีใบมอบอำนาจ จะทำให้เกิดการทุจริตซื้อขายกันนั้น เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะจะใช้หนังสือแต่งตั้งตัวแทน (Delegate) ซึ่งกำหนดบุคคลตัวแทนสโมสรอย่างชัดเจนว่า ใครจะมาใช้สิทธิลงคะแนนที่ต้องมีความสัมพันธ์กับสโมสร เซ็นโดยประธานสโมสร ที่จะมาเองหรือไม่ก็ได้ ใบนี้จะแจกจ่ายทั้ง 72 สโมสร สโมสรต้องส่งคืนมาภายใน 3 ก.พ. เพื่อให้กรรมการกลาง ตรวจสอบ จากนั้นจะเปลี่ยนชื่อไม่ได้
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการกลาง เปิดรับสมัครผู้ที่จะลงสมัครที่ กกท. แทนที่จะไปเปิดรับสมัครที่สำนักเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลนั้น เสธ.โต กล่าวว่า กรรมการกลางสามารถทำได้ โดยยึดตามระเบียบข้อ 7 ของข้อบังคับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พ.ศ. 2558 ที่ระบุว่าสามารถดำเนินการใดๆ ได้ หากฟีฟ่าอนุญาต โดยเรื่องนี้ฟีฟ่าอนุญาต ตามที่กรรมการกลางร้องขอ เนื่องจากกรรมการกลางเห็นว่า สำนักเลขาธิการสมาคมฯ ไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดรับสมัครที่สมาคมฯ
ขณะเดียวกัน หากมีผู้สมัครเกี่ยวพันกับคดีความใดๆ แล้ว ถ้าคดีความนั้นยังไม่สิ้นสุด ให้ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ ยังมีคุณสมบัติลงรับสมัครได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่า หลังจากวันที่ 11 ก.พ. วงการฟุตบอลไทย จะเรียบร้อยดีหรือไม่ เสธ.โต ตอบว่า ไม่ว่าจะเรียบร้อย หรือไม่เรียบร้อย เมื่อถึงตอนนั้น ตนก็ต้องหยุดทำหน้าที่แล้ว แต่บอลไทยหยุดไม่ได้
มีนักฟุตบอลทีมชาติหลายคนโทรหา บอกว่าผมซ้อม ผมแข่ง ผมเหนื่อย ทำเพื่อประเทศชาติ แล้วผู้ใหญ่เล่นอะไรกัน ถ้าฟุตบอลไทยเป็นอะไร เค้าเสียใจ ดังนั้น ถ้าจะทำอะไร ขอให้นักถึงคนที่เสียสละ คนที่เค้าเหนื่อยด้วย
พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าวต่อว่า กรณีที่ นางอนงค์ ล่อใจ เป็นตัวแทนสโมสรภาคใต้ไปร้องศาลปกครอง จ.นครศรีธรรมราช แม้ศาลยกคำร้องชั่วคราว แต่คดีนี้ยังไม่พิพากษา ฟีฟ่าได้แจ้งคณะกรรมการกลางมาแล้วว่า ให้แก้ปัญหาโดยด่วน เพราะถือว่าผิดกฎฟีฟ่า สโมสรที่ฟ้องร้องมีสิทธิโดนแบน จึงควรไปถอนฟ้องโดยเร็ว
ส่วนเรื่องที่ บิ๊กหลอ พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ด้วยว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือแจ้ง และยังไม่มีการขอถอนตัวจากการสมัครป็นสภากรรมการ แต่การลาออกหนนี้ ถือว่าสมกับชายชาติทหาร ขออวยพรให้ พ.อ.วรวุฒิ มีสุขภาพกายและใจที่ดี เชื่อว่าเมื่อแข็งแรงแล้ว พ.อ.วรวุฒิ สามารถทำประโยชน์ให้วงการกีฬาได้อีกมาก