การปลุกเร้าผู้เล่นให้ทุ่มเทจะเกิดขึ้นอีกครั้ง กับแมตช์เย็นนี้ในรายการช้างเอฟเอคัพ ที่สำคัญนี่คือการพบกันของทีมใหญ่ในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก อย่างปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเส้นทางของฟุตบอล ฤดูกาล 2015
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องการที่จะปิดผลงาน ด้วยการทำลายสถิติของความเป็นแชมป์เหนือแชมป์ ด้วยการยึดทุกถ้วย หลังจากผ่านไปแล้วกับผลงานถ้วยพระราชทานประเภท ก. , ถ้วยโตโยต้าลีกคัพ , ถ้วยโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก และถ้วยโตโยต้า แม่โขงคลับ แชมเปี้ยนชิป หากปราสาทสายฟ้า ทำสำเร็จ กับการคว้าแชมป์เอฟเอคัพ นี่ก็จะเป็นการตอกย้ำ ถึงการก้าวเข้าสู่ขีดสูงสุด เพราะจะไปเทียบเคียงได้กับทีมฟุตบอล เป็นทีมที่ 6 ของโลก ที่คว้าแชมป์ 5 รายการ ในปีเดียว เหมือนกับที่เซลติก ทีมฟุตบอลจากสก๊อตแลนด์ เคยทำได้มาแล้ว
ด้านฝั่ง กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถ้วยเอฟเอคัพ มีความหมายต่อพวกเขา ที่ต้องหาทางนำกลับเอสซีจี สเตเดี้ยม หากทำเร็จ ก็จะเป็นการหยุดทุกอย่าง ที่ผ่านมา เป็นฝั่งเมืองทอง ที่แพ้มากกว่า ให้กับปราสาทสายฟ้า จนมีคำพูดที่ข่มขวัญ จากทางฝั่งปราสาทสายฟ้า เช่น เปรียบเมืองทอง เหมือนงูเหลือมที่กลัวเชือกกล้วย หรือ มันเป็นเวรกรรมของเมืองทอง ที่ต้องมาเจอกับบุรีรัมย์ ดังนั้นการปิดฤดูกาล 2015 ด้วยแชมป์เอฟเอคัพ จะเป็นผลงานเดียว ที่ฝั่งเมืองทอง ต้องการมากที่สุด และเดิมพันคือ ต้องหยุดความร้อนแรงของ ปราสาทสายฟ้า