ยกแรก ฉัตร์ชัย ที่ยังไม่เคยเจอ บั๊ตเชนโก้ มาก่อน จับทางไม่ค่อยถูกจึงเน้นออกหมัดหนึ่งสองตัดลำตัวและใบหน้า แต่ บั๊ตเชนโก้ จับทางได้หมด แถมยังออกหมัดชุดโต้กลับคืน คะแนน ฉัตร์ชัย ตามหลังอยู่เล็กน้อยมาถึงยก 2 ฉัตร์ชัย เดินหน้าออกอาวุธมากขึ้น และทำได้ดีต่อยเข้าเป้าได้หลายครั้งติดต่อกัน จนคะแนนของนักชกไทยไล่ตามมาเสมอกัน
เข้ายกที่ 3 หรือยกสุดท้าย ฉัตร์ชัย ออกหมัดชุดได้ชัดเจนกว่า และทรงมวยแข็งแกร่งกว่า เป็นผลให้ผู้ตัดสินชูมือให้ ฉัตร์ชัย เป็นฝ่ายชนะ 3-0 เสียง 30-27, 29-28 และ 29-28 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ เฟรเดอริค เจนเซ่น จากเดนมาร์ก ที่เอาชนะ ทาฟารี เอแบงค์ จากหมู่เกาะเคแมน 3-0 เสียง
หลังเกม ฉัตร์ชัย เปิดเผยว่า ไฟต์แรกยังไม่พอใจการชกของตัวเองมากนัก แต่ก็ดีใจที่สามารถคว้าชัยชนะเป็นคนแรกให้ทีมชาติไทยได้ แม้ว่า ยกแรกจะมีคะแนนตามหลังคู่ชกเล็กน้อย แต่อีก 2 ยกถัดมาก็เร่งทำคะแนนคืนมาได้ จนเอาชนะไปในที่สุด ส่วนไฟต์ต่อไปที่จะเจอกับ เจนเซ่น แน่นอนว่ารูปร่างเสียเปรียบ เพราะคู่ต่อสู้ยาวกว่าแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา จะพยายามชกตามแผนที่ทีมงานผู้ฝึกสอนได้วางไว้ให้ และขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็พอใจแล้ว
.
ขณะที่รุ่นมิดเดิ้ลเวท 75 กก. ใหญ่ อภิสิทธิ์ ขันโขกเครือ เจ้าของเหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ พบกับ มิชาเอล โดริเกซ โอลิวาส ชาวเม็กซิกัน ปรากฏว่า ตลอดเกมทั้ง 3 ยก อภิสิทธิ์ ที่รูปร่างเล็กกว่าคู่ต่อสู้ พยามเดินหน้าออกหมัดเพื่อทำแต้ม แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งและเก๋าของ มิชาเอล เอาไว้ได้ จนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 0-3 เสียง 27-30, 27-30 และ 27-30 และเป็นนักชกไทยที่ตกรอบเป็นคนแรก