"บิ๊กเปี๊ยก" กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการหารือถึงแนวทางในการเตรียมทีมชาติไทยทั้ง 3 ชุด แต่ที่ตนรับผิดชอบมีเพียง 2 ชุด คือ ฟุตบอลอายุไม่เกิน 22 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก (ปรี-โอลิมปิก) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ กลุ่ม G ร่วมกับ เกาหลีเหนือ, กัมพูชา และ ฟิลปปินส์ ช่วงวันที่ 27-31 มีนาคมนี้ ที่สนามราชมังคลาฯ และชุดซีเกมส์ นอกจากนี้ยังได้มอบรายชื่อ 46 นักเตะที่อยู่ในข่ายมาเสนอให้ "ซิโก้" พิจารณา โดยมีนักเตะชุดใหญ่อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ภิญโญ อินพินิจ, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม รวมทั้งดาวรุ่งอย่าง ชินภัทร์ ลีเอาะ จาก อัสสัมชัญ ธนบุรี
"จากกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่มีการมอบหมายความรับผิดชอบคุมทีมชาติไทย โดยทีมชุดปรี-โอลิมปิก มอบหมายให้ โชคทวี พรมรัตน์ ดูแล ส่วนซีเกมส์จะให้ ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ คุมทีม และทีมชาติไทย ชุดบอลโลก จะเป็น เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นั้น เรื่องนี้ผมคิดว่า โค้ชซิโก้ จะต้องคุมทีมทั้ง 3 ชุดด้วยตัวเอง เนื่องจากว่า เป็นโค้ชที่แฟนบอลยอมรับทั้งประเทศ เป็นโค้ที่มีประสบการณ์สูง ฝีไม้ลายมือ ถือว่า สุดยอดแล้ว และที่สำคัญทุกคนเชื่อว่า จะพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้ ส่วนที่เกรงว่าจะมีปัญหาในการคุมทั้ง 3 ชุด เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะเวลาแข่งขันแต่ละชุดไม่ตรงกัน เพียงแต่ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญนักเตะก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด จะเล่นรายการไหน ก็สามารถเลือกใช้งานได้ทันที โดยเรื่องนี้ คุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ก็เห็นด้วยเช่นกัน" บิ๊กเปี๊ยก กล่าว
บิ๊กเปี๊ยก เผยอีกว่า การหารือกันในวันนี้สิ่งที่ โค้ชซิโก้ และตนเห็นตรงกันก็คือ การคัดเลือกนักเตะแต่ละชุด จะไม่มีเด็กเส้น ไม่มีเด็กฝาก อยู่ที่ความสามารถล้วนๆ รวมทั้งเรื่องของระเบียบวินัยต้องเคร่งคัดเป็นพิเศษ ใครทำตัวไม่ดี เช่น สูบบุหรี่, เล่นการพนัน, เที่ยงกลางคืน, ดื่มเหล้า จะให้ออกจากทีมทันที สำหรับแผนการเตรียมทีมนั้น เป็นหน้าที่ของ โค้ชซิโก้ และสตาฟฟ์โค้ช จะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ส่วนการลงอุ่นเครื่องตอนนี้ ทีมบรูไน และ ปากีสถาน อยู่ที่เมืองไทย ก็จะหาวันลงอุ่นเครื่องกัน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมีนาคม และวันที่ 22 มีนาคมนี้ จะเดินทางไปอุ่นเครื่องกับ เวียดนาม
ด้าน "ซิโก้" กล่าวว่า สำหรับทีมชุดปรี-โอลิมปิก จะประกอบด้วยนักเตะจาก 3 กลุ่ม คือกลุ่มนักเตะจากทีมชุดใหญ่, กลุ่มที่ไปเตะบังกลาเทศ โกลด์คัพ และ กลุ่มที่จะหาเพิ่มเติมจากในบอลฟุตบอลลีก ซึ่งมีที่มองไว้แล้ว รวมทั้งนักเตะลูกครึ่งจาก อาร์มี่ ยูไนเต็ด และ สงขลา ยูไนเต็ด จากนั้นจะตัดเหลือ 50 คน ส่งรายชื่อขึ้นทะเบียนกับ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ภายใน 25 กุมภาพันธ์ และจะตัดเหลือ 23 คน ก่อนแข่งขัน โดยหากเข้ารอบ จะสามารถเปลี่ยนชื่อได้ใน 50 คนนี้
"ยอมรับฟุตบอลปรี-โอลิมปิก เป็นงานหนักกว่า ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกด้วยซ้ำ เพราะโซนเอเชียได้สิทธิ์แค่ 3 ทีม ถือเป็นรายการสำคัญ ผมจะคุมทีมเองแน่นอน เบื้องต้นไทยจะต้องเข้ารอบสุดท้ายไปเล่นที่ กาตาร์ ต้นปีหน้าให้ได้ โดยรอบคัดเลือกตั้งเป้าจะต้องคว้าแชมป์กลุ่ม ไม่ต้องการเป็นอันดับ 2 แล้วต้องไปลุ้น 5 จาก 10 ทีมที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ด้วยมาตรฐานของทีมชาติไทย ต้องผ่าน กัมพูชา กับ ฟิลิปปินส์ และวัดกับ เกาหลีเหนือ ในนัดสุดท้าย หากเทียบกับผลงานศึกคิงสคัพ ที่สู้กับ เกาหลีใต้ ก็คงไม่จำเป็นต้องกลัว เกาหลีเหนือ"