ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ได้เริ่มลงมือสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะถูกลงโทษจากการก่อเหตุความรุนแรงในสนามฟุตบอลอย่างแน่นอน โดยมีรายงานในช่วงหลังจบเกมนัดนี้ว่า ตำรวจเซอร์เบียได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าของนักเตะแอลเบเนียทุกคน เพื่อค้นหารีโมตบังคับโดรนที่ติดธงสัญลักษณ์ของแอลเบเนีย ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อกันว่าโดรนเจ้าปัญหาน่าจะมาจากฝั่งทีมเยือนนั่นเอง สุดท้ายตำรวจเจ้าถิ่นกลับตรวจค้นไม่เจอแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ซีเอ็นเอ็น สำนักข่าวชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้รายงานว่า โอลซี รามา น้องชายของนายกฯ แอลเบเนียที่เข้าสนามมาชมเกมนัดนี้ได้ถูกควบคุมตัวเอาไว้แล้ว เพราะ ตร.เซอร์เบียตั้งข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนี้
ด้าน โซโคล ซิกัลเลชี กองหน้าทีมชาติแอลเบเนีย ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก เพราะทำให้ชาวแอลเบเนียที่อยู่ในสนามทุกคนรู้สึกไม่ปลอดภัย และกลัวว่าอาจจะถึงขั้นต้องเสียชีวิตได้เหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงที่นักเตะแอลเบเนียพากันวิ่งเข้าอุโมงค์เพื่อไปห้องแต่งตัว เนื่องจากแฟนบอลเจ้าถิ่นได้พากันขว้างปาสิ่งของรวมถึงพลุไฟใส่นักเตะทีมเยือน จึงเป็นเหตุทำให้เพื่อนร่วมทีมของเขาได้รับบาดเจ็บถึง 4 คน และเป็นเหตุทำให้นักเตะทีมเยือนไม่มีจิตใจอยากที่จะลงสนามทำการแข่งขันอีกต่อไป
ก่อนที่มาร์ติน แอตกินสัน ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ จะตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันนัดนี้ไปในที่สุด พร้อมกันนี้ ซิกัลเลชี ยังได้กล่าวชื่นชม บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังกัปตันทีมชาติเซอร์เบีย ที่ได้พยายามปกป้องนักเตะทีมเยือนไม่ได้โดนแฟนบอลเจ้าถิ่นบุกเข้ามาทำร้าย
ในส่วนของนักเตะแอลเบเนียได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมชาติให้เป็นเหมือนดั่ง "ฮีโร่" ในช่วงหลังจากที่เดินทางกลับถึงบ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว เพราะมีแฟนบอลมารอต้อนรับที่สนามบินกันแบบอุ่นหนาฝาคลั่งนั่นเอง