เนชั่นทีวี

กีฬา

ส.บอลอุรุกวัยจะยื่นอุทธรณ์เรื่องแบนซัวเรซ

27 มิ.ย. 2557 |

ส.บอลอุรุกวัยจะยื่นอุทธรณ์เรื่องแบนซัวเรซ

"จอมโหด" อุรุกวัย ยันอุทธรณ์โทษแบน หลุยส์ ซัวเรซ แน่ ชี้ห้ามเตะทีมชาติ 9 นัด แถมไม่ให้ยุ่งกับวงการฟุตบอลทุกระดับอีก 4 เดือน แรงเกินไป ขณะที่ฟีฟ่าแจงการพิจารณาเป็นไปตามข้อบังคับทุกอย่าง

ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยังสงวนท่าที แต่สื่อผู้ดีฟันธง พร้อมปล่อยตัวนักเตะรายนี้ให้ 2 ทีมยักษ์สเปน "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด หรือ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา แน่ หากได้ราคา 65-80 ล้านปอนด์
ความเคลื่อนไหวกรณีที่ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย สร้างเรื่องอื้อฉาวในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 โดยไปกัดใส่ไหล่ของ จิออร์จิโอ คิเอลลินี กองหลังทีมชาติอิตาลี ในช่วงท้ายเกมรอบแรก สาย ดี ซึ่งอุรุกวัยเป็นฝ่ายชนะ 1-0 ซึ่งกรรมการในสนามไม่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ทว่าจากภาพวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ตามหลังได้ฟ้องชัดเจนว่า ซัวเรซมีเจตนาที่ไปทำร้ายฝ่ายตรงข้ามจริงนั้น
เรื่องดังกล่าว หลังจากที่คณะกรรมการฝ่ายพิจารณาวินัยของฟีฟ่า ได้ทำการสอบสวนแล้ว มีคำสั่งลงโทษ ห้ามซัวเรซลงสนามในระดับนานาชาติ 9 นัด พร้อมห้ามลงเล่นหรือมีส่วนร่วมในเกมฟุตบอลทุกระดับ เป็นเวลา 4 เดือน และปรับเงินอีก 112,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาท โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่การลงสนามรอบ 2 ในศึกฟุตบอลโลกของทีมชาติอุรุกวัย ที่จะพบกับโคลอมเบีย ในคืนวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป
"ฟีฟ่าได้พิจารณาทุกปัจจัยที่มีอยู่ และเห็นว่าไม่อาจปล่อยให้พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นได้ในทุกๆ สนามแข่งขัน โดยเฉพาะในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีสายตาหลายล้านคู่จับจ้องอยู่ และการพิจารณาลงโทษครั้งนี้ก็เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ทุกประการ"  เคลาดิโอ ซัลเซอร์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัย ของฟีฟ่า กล่าว
อย่างไรก็ตาม  วิลมาร์ วัลเดซ ประธานสมาคมฟุตบอลอุรุกวัย กล่าวว่า บทลงโทษที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงเกินไป โดยจะมีการอุทธรณ์เรื่องนี้อย่างแน่นอน
"ผมไม่รู้ว่าพวกเขาใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสิน แต่เป็นการลงโทษที่รุนแรงไปสำหรับซัวเรซ ความรู้สึกของผมก็คือ อุรุกวัยถูกเหวี่ยงออกจากฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพราะทุกคนก็รู้ดีว่า ซัวเรซนั้นมีความหมายกับอุรุกวัยเพียงใด หากไม่มีเขา เราก็พร้อมที่จะแพ้ทุกทีมได้"
อุรุกวัยมีเวลา 3 วันในการยื่นเรื่องอุทธรณ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ซัวเรซหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมในการเตะกับโคลอมเบียบ เพราะตามระเบียบการลงโทษข้อที่ 124 ของฟีฟ่า ระบุไว้ว่า ผู้ที่ถูกลงโทษแบนนั้น จะไม่สามารถทำการใดๆ ระหว่างการสอบสวนนอกจากทีมชาติอุรุกวัย อีกทีมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไปเต็มๆ ก็คือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะหมดสิทธิ์ใช้งานดาวยิงรายนี้ถึง 12 นัด แบ่งเป็นในศึกพรีเมียร์ลีก 9 นัด และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก อีก 3 นัด ซึ่งเรื่องดังกล่าว เอียน ไอร์ ประธานบริหารของทีมหงส์แดง ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเวบไซต์ของสโมสรว่า ลิเวอร์พูลจะรอดูการตัดสินจนสิ้นสุด ก่อนจะให้ความเห็นออกมา
อย่างไรก็ตาม เดอะ เทเลกราฟ นสพ.ของอังกฤษ ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีโอกาสที่ลิเวอร์พูลพร้อมที่จะปล่อยตัวซัวเรซไปอยู่กับทีมอื่น ซึ่งอาจเป็นทีมใดทีมหนึ่งของสเปน ระหว่าง "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด หรือ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ในราคาระหว่าง 65-80 ล้านปอนด์
นอกจากนี้สปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนซัวเรซอยู่ อาจมีการทบทวนสัญญากับนักเตะรายนี้ โดย อาดิดาส ได้ออกมาสนับสนุนการลงโทษครั้งนี้ พร้อมระบุว่า ได้ตั้งความหวังกับซัวเรซไว้ในมาตรฐานะที่สูง ซึ่งก็เหมือนๆ กับที่ตั้งความหวังกับนักกีฬาทุกคนที่บริษัทให้การสนับสนุน ขณะที่ "888 โปกเกอร์" สปอนเซอร์อีกราย เผยว่า จะมีการทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับซัวเรซแน่นอน
ทางด้านความเคลื่อนไหวในประเทศอุรุกวัย ส่วนใหญ่ยังคงให้การสนับสนุนซัวเรซ และไม่เห็นด้วยการการลงโทษที่เกิดขึ้น โดยระบุซัวเรซเป็นเหยื่อที่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้เมื่อคืนวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ได้มีชาวอุรุกวัยนับพันคน เดินทางไปรอต้อนรับซัวเรซที่สนามบินกรุงมอนเตวิดิโอ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะจากนั้่นมีรายงานยืนยันว่า เจ้าตัวจะยังคงปักหลักอยู่ที่บราซิลร่วมกับทีมชาติอุรุกวัยเพื่อรอผลการอุทธรณ์ต่อไป

ข่าวล่าสุด