ไนจีเรียของกุนซือ สเตฟาน เคชี หวังจะใช้นักเตะพลังหนุ่มพลิกล็อกเอาชนะ อาร์เจนตินา ให้ได้ในเกมนี้ เพราะต้องการชัยชนะเพียงอย่างเดียวเพื่อแซงเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม และคาดว่าจะยังคงใช้นักเตะที่กำลังมั่นใจจากเกมที่ชนะบอสเนียลงสนามเกือบทั้งชุดในระบบ 4-2-3-1 แนวรับตัวเก๋าอย่าง โจเซฟ โยโบ จะยังยึดตำแหน่งตัวจริงต่อไป ส่วน จอห์น โอบี มิเกล ดาราของทีมจากเชลซีจะยังรับบทเป็นกองกลางตัวรับ ส่วนแนวรุก ปีเตอร์ โอเดมวินกี ตัวเก๋าที่ยิงประตูชัยในเกมล่าสุดจะยึดตำแหน่งตัวจริงเหมือนเดิม
ฝั่ง อาร์เจนตินาของกุนซือ อเลซานโดร ซาเบยา ต้องการแค่เสมอจะได้เป็นแชมป์กลุ่ม แต่ก็คาดว่ายังจะส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามเต็มทีม เพื่อทดสอบเกมรุกในระบบ 4-3-3 อีกครั้ง หลังจากที่เกมล่าสุดเล่นกันได้ไม่ดีเท่าไรนัก โดยแนวรับไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่แดนกลาง ฮาเวียร์ มาสเชราโน กับ เฟอร์นันโด กาโก จะคุมพื้นที่ในแดนกลางและให้ อังเคล ดิ มาเรีย ได้เล่นเกมรุกอย่างอิสระ
ส่วน ลิโอเนล เมสซี จะยังยืนในตำแหน่งหลังคู่กองหน้าเหมือน 2 นัดที่ผ่านมา แต่คู่หัวหอกอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อ เซร์คิโอ มีอาการเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ กอนซาโล อิกัวอิน ยังไม่เฉียบคมหลังจากเพิ่งหายเจ็บกลับมา ทำให้ ซาเบยา มีโอกาสจะปรับเอา โรดริโก ปาลาซิโอ กับ เอเซเกล ลาเวซซี ลงสนามมาเป็นตัวจริงบ้าง เพราะยังไงก็ได้เข้ารอบแน่นอนแล้ว และสถานการณ์ก็เป็นต่อไนจีเรียอยู่มาก
เกมอีกคู่ที่สนามอารีนา ฟอนเต โนวา เมืองซัลวาดอร์ ในเวลาเดียวกัน บอสเนีย ที่ยังไม่มีแต้มตกรอบแน่นอนแล้วจะพบกับ อิหร่าน ที่มี 1 แต้มยังมีลุ้นเข้ารอบ หากว่าเอาชนะ บอสเนีย ได้มากกว่า 1 ประตูแล้วลุ้นให้ ไนจีเรีย แพ้ อาร์เจนตินา จากการที่ บอสเนีย ตกรอบแน่นอนแล้วทำให้ ซาเฟต ซูซิช กุนซือของทีมน่าจะให้บรรดาตัวสำรองและดาวรุ่งลงมาสัมผัสเกมฟุตบอลโลกบ้าง ขณะที่อิหร่านของกุนซือ คาร์ลอส กีรอซ แม้ว่าต้องการชัยชนะ แต่ยังคงเล่นในระบบ 4-5-1 เพื่อความรัดกุมไว้ก่อน จาวัด เนกูนัม กับ อันดรานคิ เตมูเรียน 2 นักเตะประสบการณ์สูงจะทำหน้าที่เป็นกองกลางตัวรับ และฝากความหวังในแนวรุกไว้ที่ มาซูด โซจาอี, อัชคาน เดชากห์, อาห์ซาน ฮาจซาฟี และ เรซา กูชานเนจฮัด
ด้านเกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม อี ในเวลา 03.00 น. มีผลกับการเข้ารอบตกรอบทั้งสองคู่เช่นกัน ที่สนามมาราคานา เมืองริโอ เดอ จาไนโร เอกวาดอร์ ที่มี 3 แต้มจะพบกับ ฝรั่งเศส ที่มี 6 แต้ม ซึ่ง เอกวาดอร์ ของกุนซือ ไรนัลโด รูเอดา ต้องการผลเสมอเป็นอย่างน้อยแล้วลุ้นให้ สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ชนะ เอกวาดอร์ จะมีโอกาสเข้ารอบสูงทันที ส่วนเรื่องตัวผู้เล่นไม่มีปัญหาการบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ทำให้ยังส่งทีมชุดใหญ่ได้เต็มที่ ซึ่ง รูเอดา ยังคงมั่นใจใน 3 ประสานเกมรุกของทีมทั้ง เฟลิเป ไคเซโด, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร และ เอนเนอร์ บาเลนเซีย ที่ทำไปแล้ว 3 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้ฝั่ง ฝรั่งเศส ของกุนซือ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ที่ต้องการอีก 1 แต้มเพื่อเป็นแชมป์กลุ่มอย่างแน่นอน จะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่น จากเกม 2 นัดแรกโดยเฉพาะแนวรับที่ มามาดู ซาโก กับ ราฟาเอล วาราน คู่เซ็นเตอร์มีอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ อีกทั้ง โลรองต์ กอสเซลนี ก็เจ็บไปอีกคน หากว่าทั้ง 3 คนไม่ผ่านการทดสอบความฟิต ทำให้ทีมจะเหลือ เอเลียคิม มานกาลา ที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็กอาชีพเพียงคนเดียว และอาจจะต้องเล่นคู่กับ บาคารี ซาญา ที่เคยเป็นเซ็นเตอร์แบ็กจำเป็นสมัยที่เล่นกับ อาร์เซนอลตำแหน่งอื่นๆ เดส์ชองส์ อาจจะส่งตัวสำรองลงสนามมาบ้าง แดนกลางจะไม่มี โยอัน กาบาย ที่ติดโทษแบน น่าจะเป็นโอกาสอง มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่ลงมาเป็นกองกลางตัวรับ ขณะที่นักเตะที่ติดใบเหลือง 1 ใบในทีมีทั้ง ปาทริซ เอฟรา กับ ปอล ปอกบา มีโอกาสจะได้พัก และแดนหน้า อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าดาวรุ่งน่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งเวลาเดียวกัน ที่สนามอารีนา อมาโซเนีย ฮอนดูรัส ที่ยังไม่มีแต้มแพ้ ฝรั่งเศส 0-3 และแพ้ เอกวาดอร์ 1-2 แต่ยังไม่ตกรอบอย่างแน่นอน จะพบกับ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ ที่มี 3 แต้ม ชนะ เอกวาดอร์ มา 2-1 และแพ้ ฝรั่งเศส 2-5 ซึ่ง สวิตเซอร์แลนด์ ของกุนซือ อ็อตมาร์ ฮิตช์เฟลด์ ต้องลุ้นชนะในเกมนี้ไว้ก่อนแล้วลุ้นให้ เอกวาดอร์ ไม่สามารถเอาชนะ ฝรั่งเศส ก็จะได้เข้ารอบอย่างแน่นอนทันทีเรื่องตัวผู้เล่น ฮิตช์เฟลด์ จะยังจัดทีมแบบ 4-2-3-1 แต่แนวรับจะไม่มี สตีฟ ฟาน เบอร์เกน ที่เจ็บกระดูกหน้าแตกต้องถอนตัวจากการแข่งขันไปแล้ว ทำให้ ฟิลิป เซนเดรอส จะยืนเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ โยฮัน ฌูรู ขณะที่แดนกลาง เบลริม เฌไมลี มีโอกาสได้ลงเป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ กอคฮาน อินเลอร์ และตัวรุก กรานิท ชากา ยังยึดตำแหน่งของตัวเองในตำแหน่งหน้าต่ำได้ โดยที่หัวหอกมีโอกาสจะกลับมาเป็น โยซิป ดาร์มิช อีกครั้งขณะที่ ฮอนดูรัส แม้ว่าจะยังไม่มีแต้ม แต่ยังมีความหวังในการเข้ารอบ หากชนะได้เยอะๆ แล้วลุ้นให้ เอกวาดอร์ แพ้ ฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย ดังนั้นกุนซือ หลุยส์ เฟอร์นันโด ซัวเรซ จะยังจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม โดยแดนดลางจะได้ วิลสัน ปาลาซิออส พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้ และแนวรุกยังคงเป็น คาร์โล คอสต์ลีย์ ผู้ทำประตูในเกมล่าสุดยืนคู่กับ เจอร์รี เบงต์สัน เหมือนเดิม