จากความร่วมมือของ 3 องค์กร ทั้ง GULF, AIS และ THAICOM ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเข้ามาติดตั้งและส่งมอบโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และเครือข่ายสัญญาณดิจิทัล ที่ทำให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ทำให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยสะท้อนความสำเร็จของโครงการนี้ คือ การที่หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกับป่า โดยได้ริเริ่มการจัดทำบันทึกความร่วมมือในการดูแลรักษาป่าให้ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า การทำให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นหนึ่งในภารกิจที่ AIS ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่าเมื่อผู้คนสามารถติดต่อสื่อสาร เข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต และเชื่อมโยงถึงกันได้ นั่นคือ “โอกาส” ที่จะตามมาอย่างมหาศาลในหลายมิติ ทั้งการศึกษา รับรู้ข่าวสาร ที่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลให้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการสานต่อโครงการฯในปีที่ 2 ซึ่งเราดึงศักยภาพของบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะเป็น AIS ACADEMY ในการต่อยอดการเรียนรู้ที่ไร้ขอบเขตด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและแพลตฟอร์มห้องสมุดดิจิทัล ให้เยาวชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เข้าถึงความรู้อย่างเท่าเทียม รวมถึงเสริมกำลังด้วยอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของ AIS 3BB FIBRE3 ไปยังพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน เช่น โรงเรียน ศูนย์การเรียนรู้ หรือจุดบริการสาธารณสุข เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังมี GULF ที่ช่วยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ และ THAICOM ที่ให้การสนับสนุนสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมและโซลูชันด้านเทคโนโลยีอวกาศในพื้นที่ห่างไกล และเมื่อนำมาผนวกกับความร่วมมือจาก สวพส. ในการคัดเลือกและลงพื้นที่ต่าง ๆ จึงทำให้โครงการดังกล่าว ขยายความสำเร็จไปสู่พื้นที่ต่างๆ ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังช่วยเปิดโลกทางการศึกษา การค้าขาย และสร้างประโยชน์ให้กับคนในชุมชมได้นำไปต่อยอดสู่อาชีพที่มั่นคงและสร้างความฝันที่เป็นจริงได้
นอกจากการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานแล้ว โครงการดังกล่าวยังได้ดำเนินการประเมินผลตอบแทนทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรมผ่านงานวิจัยภายใต้กรอบ Social Return on Investment (SROI) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงคุณค่าและมูลค่าที่ส่งคืนสู่ชุมชน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง โดยผลลัพธ์ของงานวิจัยจะถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาร่วมกันเฉพาะในแต่ละพื้นที่ห่างไกลได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมในมิติต่างๆ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Green Energy Green Network for THAIs ที่นอกจากลงทุนด้านพลังงานสะอาดแล้ว ยังปูรากฐาน “เครือข่ายสร้างโอกาส” ที่เติบโตบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วย
นายเอกชัย ภัคดุรงค์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า “THAICOM มีปณิธานสำคัญในการแบ่งปันโอกาสทางการสื่อสารให้เกิดความทั่วถึงและเท่าเทียม และไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน THAICOM จึงให้การสนับสนุนไม่เพียงเฉพาะการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมในด้านเทคโนโลยีอวกาศอีกด้วย ทำให้คนในชุมชนนำสิ่งเหล่านี้มาสร้างสรรค์และต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้หลายด้าน อาทิ การศึกษาในรูปแบบดิจิทัล การส่งเสริมอาชีพออนไลน์ การแพทย์ทางไกล และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น และเพื่อเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานของคนในชุมชนให้ก้าวไปอีกขั้น เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ผนึกกำลังกับ AIS และ GULF กับการสนับสนุนสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีเสถียรภาพควบคู่ไปกับพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในชุมชนต่อไป”
“ด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งโครงข่ายอัจฉริยะ – พลังงานสะอาด – ภาครัฐอย่างเต็มกำลังนี้ จะทำให้ภารกิจ Green Energy Green Network for THAIs สามารถเดินหน้าสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นต้นแบบของภาคธุรกิจไทยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างโอกาส ลดความเลื่อมล้ำ นำพาผู้คน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสายชล กล่าวเสริม