นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยงทันที เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยการบริหารจัดการน้ำได้บูรณาการเชื่อมโยงการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวม 50,913 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 67% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 25,593 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเขื่อนหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 17,527 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 7,344 ล้าน ลบ.ม.
กรมชลประทานขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ wmsc.rid.go.th และ bigdata-swoc.rid.go.th
หากต้องการความช่วยเหลือ โทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460