“CORAL LIFE” เจ้าของนวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงานระดับโลกสัญชาติไทยแท้ ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ! ได้รับเชิญให้แบ่งปันความรู้ในงาน Regional Workshop : Promoting Passive Cooling Strategies in Building Sector Policy and Practice ซึ่งจัดขึ้นโดย 2 องค์กรยักษ์ใหญ่ภายใต้ UN (United Nations)
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไม “CORAL LIFE” ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการบูรณาการอาคารประหยัดพลังงาน ถึงเป็นบริษัทไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงาน Promoting Passive Cooling Strategies in Building Sector Policy and Practice? มันเป็นเพราะอะไรที่ทำให้บริษัทนี้โดดเด่นจนถึงขนาดที่ได้รับเชิญให้มาแสดงนวัตกรรมการสร้าง Passive Design ในงาน Regional Workshop ซึ่งจัดขึ้นโดยสององค์กรยักษ์ใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง UNEP และ ESCAP ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ UN (United Nations) มาค้นหาคำตอบกัน!
เมื่อวันที่ 15 และ 16 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัท CORAL LIFE ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงาน Regional Workshop: Promoting Passive Cooling Strategies in Building Sector Policy and Practice ซึ่งจัดขึ้นโดยสององค์กรใหญ่ภายใต้สหประชาชาติ (UN) ได้แก่ ESCAP (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าคณะกรรมาธิการภูมิภาคภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (ECOSOC) และ UNEP (โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ) ที่เน้นให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผลักดันนโยบายนี้ให้เป็นนโยบายระดับโลก นโยบายระดับชาติ และสร้างความเข้าใจในทุกหน่วยงาน
CORAL LIFE กับบทบาทสำคัญความเป็นผู้นำด้าน "อาคารประหยัดพลังงานระดับโลก (Passive Design)" ในงาน workshop
ภายในงานคุณเฑียร จึงวิรุฬโชตินันท์ Head of Marketing, Coral Life ได้รับเชิญขึ้นกล่าวถึงบทบาทสำคัญของการเป็นผู้นำหนึ่งเดียวใน South East Asia ด้าน "Passive Design" โดยเผยว่า Concept ‘The Future is Clean, The Future is Cool’ คือ Mission ของบริษัท โดยเรามีนวัตกรรม พันธมิตร วัสดุ และประสบการณ์ที่เพียบพร้อม เรามีบ้านตัวอย่างที่ได้รับการทดลองประสิทธิภาพแล้ววัดผลได้จริง ชัดเจน จึงสามารถพิสูจน์ได้ว่า Solution ที่เรากำลังส่งมอบ น่าสนใจมาก
“CORAL LIFE คือนักสร้างบ้านผู้เชี่ยวชาญการบูรณาการ "Passive Design" หรือการออกแบบด้วยหลักวิทยาศาสตร์ตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษ และที่สำคัญคือประหยัดไฟอย่างน้อย 70%”
“CORAL LIFE ส่งมอบอาคารใหม่และอาคารปรับปรุงใหม่ที่สามารถประหยัดพลังงานได้อย่างน้อย 70% พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์คุณภาพสูง อาคารทั้งหมดที่เราดูแลมีระดับการใช้พลังงาน (Energy Use Intensity: EUI) ไม่เกิน 70 kWh/m²/ปี ลูกค้าของเรามีตั้งแต่หน่วยงานราชการและภาคเอกชน รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล ตัวอย่างเช่น พวกเขาสามารถลดค่าไฟฟ้ารายเดือนของอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ PTT มาบตาพุด ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย และสำนักงานแห่งใหม่ของสถาปนิกชื่อดัง A49 ของประเทศไทย ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ อาคารปรับปรุงใหม่ของบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในกรุงเทพฯ จากค่าไฟฟ้าต่อเดือน 500,000 บาท เหลือเพียง 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งลดลงถึง 80% จากระบบระบายความร้อน Passive Cooling ของเรา ซึ่งถือเป็นโซลูชันที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ กรังด์ปรีซ์ฯ ยังเป็นลูกค้า CORAL LIFE ได้รับรางวัล อาคารผ่านเกณฑ์มาตรฐานได้รับตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2023 (โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร) จากกระทรวงพลังงานแห่งประเทศไทย และห้าง Index living Mall ที่ตั้งเป้าเป็นห้าง Sustainable Design ที่ทางบริษัทกำลังดำเนินงานก่อสร้างด้วยระบบ Passive Design"
“เรารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้ในภาพรวม การสร้างอาคารในลักษณะนี้ต้องอาศัยแนวคิดและการออกแบบที่ผสมผสานทั้งระบบ passive ที่ไม่ใช้ไฟฟ้า และระบบ active ที่ใช้ไฟฟ้า ผลลัพธ์ของเรานั้นโดดเด่นติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 70-80% ทาง UN เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเชิญเราเข้ามาเพื่อแบ่งปันความรู้และช่วยกระจายความเข้าใจในการดูแลโลกอย่างยั่งยืน”
“เป้าหมายทางสังคมของ Coral Life คือการช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้ ด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและนำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้คุณภาพอากาศภายในอาคารสมบูรณ์แบบตลอดเวลา Coral Life ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของลูกค้าโดยอ้อมอีกด้วย ความมุ่งมั่นของบริษัทที่มีต่อหลักการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคำพูดของ Alexandre Dumas ที่ว่า "All for one and one for all, united we stand and divided we fall." Coral Life เชื่อว่าความรู้สึกนี้สอดคล้องกับค่านิยมที่องค์การสหประชาชาติยึดมั่น ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการร่วมกันและความสามัคคีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน”