นายดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์ ปลัดจังหวัดสระบุรี กล่าวเสริมว่า “ในภาพรวมของจังหวัดสระบุรีส่วนใหญ่ประชาชนจะประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยเฉพาะที่ อ.หนองแซง จะมีการทำนาเป็นหลักเนื่องจากมีคลองชลประทาน ซึ่งการทำนาในปัจจุบันเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็จะมีการเผาตอฟางและสร้างมลพิษในอากาศ แต่ที่กัลฟ์มีการทำแปลงนาสาธิต เพื่อเป็นแนวทางให้ความรู้กับชาวบ้านในเรื่องของการทำนาโดยไม่ต้องมีการเผาฟาง เป็นการทำเกษตรแบบหมุนเวียนที่ได้ผลผลิตไม่ต่างไปจากการทำนาโดยใช้เครื่องจักร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณบริษัทกัลฟ์ที่ให้ความสำคัญกับวิถีชุมชน และได้ริเริ่มโครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรให้กับชุมชนทั้งในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจการทำเกษตรแบบยั่งยืนก็สามารถเข้ามาศึกษาดูงานได้ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรและแปลงนาสาธิต โรงไฟฟ้าหนองแซง จ.สระบุรี”
นายธนากิจ กายพรมราช ผู้จัดการโรงไฟฟ้าหนองแซง กล่าวว่า “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรและแปลงนาสาธิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 42 ไร่ ของโรงไฟฟ้าหนองแซง โดยตอนนี้พื้นที่หลักจะเป็นที่นาสำหรับปลูกข้าว เปรียบเสมือนห้องทดลองในการปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ เพื่อเป็นแนวทางให้ชาวบ้านสามารถนำไปต่อยอดในพื้นที่นาของตัวเองได้ และนอกจากนี้มีการปลูกพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ ที่สามารถนำไปแปรรูปต่อเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้ฯ ตั้งเป้าที่จะผลักดันวิถีเกษตรอินทรีย์ผ่านการอบรมให้กับชุมชน โดยที่ผ่านมาได้มีการให้ความรู้ในหลายเรื่อง เช่น การเลี้ยงไส้เดือนและทำปุ๋ยมูลไส้เดือนใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัว, การเลี้ยงหนอนแมลงทหารดำ ที่จะใช้วิธีการนำปลายข้าวและเศษพืชผัก มาเป็นอาหารให้หนอน และนำหนอนระยะดักแด้ มาเป็นอาหารไก่ไข่ภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในการนำร่องสู่การทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรและสร้างความยั่งยืนให้กับวิถีเกษตรชุมชนอย่างแท้จริง”
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกัลฟ์ได้ที่
เว็บไซต์
https://www.gulf.co.th/th/news.php
เฟสบุ๊กแฟนเพจ
https://www.facebook.com/GulfEnergyDevelopment/
https://www.facebook.com/GulfSPARK.TH