ภายใต้พันธสัญญาด้านความยั่งยืน หรือ “L’Oréal for the Future” ลอรีอัลยังได้นำปรัชญา Green Sciences มาใช้ในการวิจัยสูตรผลิตภัณฑ์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนสำหรับปี 2030 เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมโลก โดยเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 61% และตั้งเป้าสู่ 95% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังจัดทำแคมเปญรีไซเคิลขยะภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลายรายในประเทศไทย รวมถึงสนับสนุนสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์และกลุ่มผู้ขาดโอกาสทางสังคมอย่างต่อเนื่องทั้ง โครงการทุนวิจัย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) และจัดทำโครงการจัดจ้างผู้ขาดโอกาสทางสังคม (Solidarity Sourcing Program) มอบโอกาสที่เท่าเทียมทางอาชีพ กระจายโอกาสในการทำงานสู่วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน
ลอรีอัลพร้อมเติบโตขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ด้วยการพัฒนาอย่างรอบด้าน ผสานอุตสาหกรรมความงามเข้ากับเทคโนโลยี AI และ Data เพื่อกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมความงาม รวมทั้งส่งเสริมความหลากหลายด้วยแนวคิด “Beauty for Each” ความงามที่เข้าถึงและตอบโจทย์ผู้บริโภคจากทั่วโลกที่มีภูมิหลัง วัฒนธรรม และความต้องการอันหลากหลาย และทุ่มทุนด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากกว่า 1,000 ล้านยูโร ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่า 3% ของรายได้ต่อปี เพื่อนำเสนอนวัตกรรมความงามอันล้ำสมัยออกสู่ท้องตลาด โดยได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วทั้งสิ้น 561 ชิ้น
นอกจากนี้ ลอรีอัล ประเทศไทย ยังสานต่อความเป็นผู้นำด้าน “Beauty Tech” ด้วยผลงานที่โดดเด่นหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความงามกว่า 15 บริการแก่ผู้บริโภคชาวไทย ทั้งที่จุดขายและทางออนไลน์ การสร้างความบันเทิงและการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในโลกดิจิทัลด้วยแคมเปญที่เป็น Talk of the Town และรวมไปถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรและเครื่องมือเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรขับเคลื่อนด้วย Data