" แพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย ร่วมถึงสร้างการยอมรับสินค้าจาก ประเทศไทยในระดับสากลโดยเบื้องต้นมีผู้ประกอบการไทยกว่าแบรนด์ 38 จากทั่วประเทศท่ีได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ Thaniya ,Mobella ,HOMRAK ,moonler ,DEESAWAT ,labrador ,i-spa ,5ive sis ,PASAYA ,SUMPHAT , AYODHYA ,kenkoon ,PiN ,TRIMODE C ,KORAKOT ,MHOE ,ETHNICA ,DOTS OBJECT ,ARMA ,everyday , GALVANII , Sculpture ,Jarit ,Stories of Silver & Silk ,VASA, Qualy Design ,ANGO ,MASAYA, Silom , SRINLIM ,Lamunlamai. Craftstudio, Mirror Mirror Brand, Cyme Jewellery, Doitung ,103PAPER SHOP,BaanchaaN ,ARTWORKS และ carpenter ซึ่งในกลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบการภูมิภาคจากเชียงใหม่ เชียงราย เพชรบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการนี้อีกด้วย จากนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยุคนายจุรินทร์
จะเห็นได้ว่าโอกาสของผู้ประกอบการรายใหม่ และ ภาคการผลิตฐานราก SMEs และ Micro SMEs เกิดขึ้นตามนโยบาย โอกาสในโลกปัจจุบันอยู่บนอากาศอยู่บนโลกออนไลน์บนแพลตฟอร์ม และแต่ละประเทศแต่ละโซนทวีปก็มีความนิยมแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เสาะแสวงหาแพลตฟอร์มที่มีแสนยานุภาพสำหรับการค้าเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุดเกิดการดึงรายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ยังส่งเสริมในภาพของการอบรมให้ความรู้เพื่อสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการก่อนโกอินเตอร์ขยายฐานรายได้ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะมีการวิเคราะห์โอกาสในแต่ละตลาดให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการทั้งใหม่เก่า สตาร์ทอัพ และประชาชนทั่วไปที่สนใจการค้าสามารถศึกษาหาคำแนะนำได้แม้จะเป็นการค้าช่วงโควิด-19 ก็ตาม " ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว