เนชั่นทีวี

ข่าว

ปตท. ระดมความช่วยเหลือ เหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมีหมิงตี้ จังหวัดสมุทรปราการ

09 ก.ค. 2564 | bhamstar1

ปตท. ระดมความช่วยเหลือ เหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมีหมิงตี้ จังหวัดสมุทรปราการ

จากกรณีเพลิงไหม้โรงงานสารเคมีหมิงตี้ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง กลุ่ม ปตท. มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม ในเรื่องของ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมีบริษัทในกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญด้านสารเคมี ด้านวิศวกรรม และมีผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในด้าน Oil & Gas และปิโตรเคมี

  • เหตุใดกลุ่ม ปตท. จึงได้เข้าร่วมระงับเหตุครั้งนี้

โดยปกติแล้ว ทาง กลุ่ม ปตท. กับหน่วยงานภาครัฐ จะทำงานร่วมกันในหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยของพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นทางมาบตาพุด หรือ ชลบุรี เราจึงมีการประสานงานกันเป็นเรื่องปกติ หรือแม้กระทั่งที่เกี่ยวกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็จะมีการประสานงานกันบริษัทในกลุ่ม ปตท. อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้กลุ่ม ปตท. จึงได้เข้าร่วมในการระงับเหตุครั้งนี้ พร้อมทั้ง คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้มีนโยบายให้สนับสนุนการระงับเหตุ และให้ความช่วยเหลือในภาคสังคมอย่างเต็มที่

 

  • ความช่วยเหลือที่กลุ่ม ปตท. เร่งดำเนินการเพื่อระงับเหตุ ได้แก่

-   ปตท. โดยสายงานระบบท่อส่งก๊าซฯ สนับสนุนโฟมดับเพลิง

-   บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โอออาร์) สนับสนุนโฟมดับเพลิง 6,800 ลิตร รวมถึงรถดับเพลิงพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการ

-   บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญ และสนับสนุนโฟมดับเพลิง 10,000 ลิตร

-   บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด (NPC S&E) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดับเพลิง กู้ภัย และระงับเหตุฉุกเฉิน ทั้งในและต่างประเทศ ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการ เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือการดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์หัวฉีดน้ำดับเพลิงแบบ Fix Monitor หุ่นยนต์ดับเพลิงและโฟมดับเพลิง 3,000 ลิตร สำหรับใช้ในการระงับเหตุ

-   โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ปตท. พร้อมกลุ่มความร่วมมือช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน (EMAG: Emergency Mutual Aid Group) ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินในกลุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง จ.ระยอง เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนโฟมที่ใช้ในการดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง

 

* ทีมงาน กลุ่ม ปตท. 41 ท่าน นำทีมโดยนายณัฐธัญ ละอองทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารภาวะเหตุฉุกเฉิน กลุ่ม ปตท. ลุยดับเพลิงตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งกะ เพื่อให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างต่อเนื่องใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง ตั้งแต่ กลุ่ม ปตท. เข้าถึงพื้นที่ช่วง 14:00 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 และ ปฏิบัติการจนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 05:00 น.จึงเริ่มถอนตัวเนื่องจากควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ก็มีการส่งมอบงานให้กับ ปภ. และผู้บัญชาการพื้นที่ ให้ดูแลต่อ และยังคงให้คำปรึกษาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงวิธีการจัดการสารเคมีที่ตกค้าง และการย้ายออกจากพื้นที่เพื่อนำไปบำบัดอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อไป

*ความท้าทายของภารกิจ คือ ต้องจัดการให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด และส่งผลกระทบน้อยที่สุด

 

  • พูดถึงอุปกรณ์ นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. ที่เข้าร่วมปฏิบัติงานครั้งนี้

- โดยหลักจะเป็นอุปกรณ์ของบริษัท NPC S&E ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม จัดทำขึ้นเพื่อระงับเหตุโดยเฉพาะ เนื่องจากบริษัทนี้มีความเชี่ยวชาญเรื่องการกู้ภัย ระงับเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

- หุ่นยนต์ดับเพลิง : หุ่นยนต์ดับเพลิงที่ถูกจัดทำขึ้นมาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ NPC S&E มีหน้าที่ในการเข้าดับเพลิงในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยากลำบาก ทำให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ นำหุ่นยนต์ไปด้วย แต่พื้นที่เปิดโล่งคนสามารถเข้าถึงได้ พื้นที่ไม่มีความซับซ้อน จึงไม่ได้ใช้งานหุ่นยนต์โดยตรง

- หัวฉีดน้ำดับเพลิงแบบ Fix Monitor : รถน้ำ และหัวฉีดที่มี High Flow Rate อยู่ที่ 2500 GPM พร้อมโฟมดับเพลิงจากสารเคมี ทำให้สามารถดับไฟได้เร็ว

**ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของชมรม “PTT Group SEALs ของ กลุ่ม ปตท.” ที่จะสนับสนุน กลุ่ม ปตท. และภาคสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน ทั้งในและต่างประเท

  • หลังจากระงับเหตุฉุกเฉินได้แล้วกลุ่ม ปตท. ได้ช่วยเหลืออย่างไรอีกบ้าง

หลังจากไฟสงบลง สามารถทำให้อยู่ในการควบคุมได้แล้ว ก็มีภารกิจต่อไปได้แก่ การทำให้ “สารสไตรีนโมโนเมอร์” ที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ติดไฟอีก ด้วยการใช้สารเคมีอื่นฉีดเข้าไปเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. ส่วนแรกคือสารเคมีที่อยู่ภายนอกบ่อ จะใช้สารดับเพลิง F-500 encapsulator จำนวน 1 หมื่นลิตร ที่มีคุณสมบัติทำให้สารสไตรีนโมโนเมอร์ไม่ติดไฟอีก ทำให้พื้นที่โดยรวมมีความปลอดภัย ไม่ติดไฟ
  2. อีกส่วนหนึ่งคือสารเคมีที่อยู่ในบ่อ จะใช้สารเคมีที่เรียกชื่อย่อว่า DEHA จำนวน 600 ลิตร เทลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้สารสไตรีนโมโนเมอร์เกิดปฏิกิริยาใดๆ ภายในบ่อ โดยจะไม่เกิดความร้อน ไม่ขยายตัว และไม่มีแรงดันที่จะนำมาสู่การติดไฟหรือระเบิดอีก
    และทั้งหมดเพื่อให้มีเวลาในการนำสารสไตรีนโมโนเมอร์ออกไปบำบัดข้างนอกอย่างปลอดภัย

 

  • ความช่วยเหลือของกลุ่ม ปตท. นอกจากการระงับเหตุเพลิงไหม้

ปตท. มีความห่วงใยประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ จึงสนับสนุนอุปกรณ์ สิ่งของที่จำเป็น ในเบื้องต้น ได้แก่

- หน้ากากอนามัย

- ผ้าห่ม สามารถใช้ห่มหรือปูรองนอนได้

- กล่องพลังใจ (ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน)

- หน้ากากป้องกันสารพิษ

โดยมอบให้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่​ เพื่อส่งต่อให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ในจุดพักพิงผู้ประสบภัยทั้ง 9 จุดในพื้นที่ต่อไป​

ข่าวล่าสุด