🔵 [มากกว่านักร้องคือมือกีตาร์ผู้คุมเวที]
อีกหนึ่งมิติสำคัญที่ เมล บี กล่าวถึงโดยตรงคือ "กีตาร์" เพราะในการแสดงเพลง Black Hole Sun เนเน่ไม่ได้ยืนร้องเพียงอย่างเดียว แต่โซโล่และเล่นกีตาร์สดด้วยตัวเองตลอดโชว์
การนำเพลงระดับตำนานของวง Soundgarden ซึ่งต้นฉบับมี คริส คอร์เนลล์ (Chris Cornell) ทำหน้าที่ร้องนำ และ คิม ธาอิล (Kim Thayil) รับหน้าที่มือกีตาร์ มาร้อยเรียงและถ่ายทอดด้วยตัวคนเดียวบนเวทีสด ทำให้ผู้ชมต้องจับตาดูทั้งการควบคุมเสียงร้อง การคุมจังหวะเครื่องดนตรี และการคุมบรรยากาศโชว์ไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สร้างความประทับใจให้แก่คณะกรรมการเป็นอย่างมาก
🔵[ทำไม "Black Hole Sun" จึงมีน้ำหนัก?]
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามดนตรีร็อกยุค 90 เพลงนี้อาจเป็นเพียงเพลงร็อกเพลงหนึ่ง แต่ในประวัติศาสตร์ดนตรีอเมริกัน "Black Hole Sun" คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่แต่งโดย คริส คอร์เนลล์ ในปี 1994 จากอัลบั้ม Superunknown ซึ่งเคยเปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 และคว้ารางวัล Grammy Awards สาขา Best Hard Rock Performance ในงานประกาศรางวัลครั้งที่ 37
การที่เด็กสาวไทยวัย 16 ปี กล้าหยิบเพลงร็อกระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมานำเสนอต่อหน้าผู้ชมชาวอเมริกัน และสามารถทำให้กรรมการที่ไม่ได้ฟังเพลงร็อกตัดสินใจกด Golden Buzzer ให้ จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงฝีมือที่ไม่ธรรมดา
🔵[กติกา Live Golden Buzzer: ส่งตรงสู่ Final Show]
ก่อนหน้าที่ เมล บี จะตัดสินใจ กรรมการอีกสองท่านก็แสดงความชื่นชมอย่างชัดเจน โดย ฮาววี แมนเดล กล่าวติดตลกว่า "NBC ควรให้เงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์กับเธอไปเลยตอนนี้" ขณะที่ โซเฟีย เวอร์การา ระบุว่าเนเน่มีศักยภาพที่จะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ เพียงแต่สิทธิ์ในการกด Live Golden Buzzer ในคืนนั้นอยู่ที่ เมล บี เพียงผู้เดียว
ตามกติกาการแข่งขันรอบแสดงสด 44 โชว์ (แบ่งเป็น 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 11 โชว์) กรรมการ 1 คนจะได้รับสิทธิ์กด Live Golden Buzzer เพียง 1 ครั้งในแต่ละสัปดาห์ เพื่อส่งผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบ Final ทันที ส่วนอีก 10 โชว์ที่เหลือต้องลุ้นคะแนนโหวตจากผู้ชมในสหรัฐฯ เพื่อชิงโควตา 3 ที่นั่งเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
การได้ปุ่มทองในครั้งนี้ ทำให้เนเน่ไม่ต้องลงแข่งในรอบ SemiFianl วันที่ 15 ก.ย. และการันตีที่นั่งใน รอบ Finale วันที่ 22 ก.ย. 2026 (ประกาศผลวันที่ 23 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ) เป็นที่เรียบร้อย
สิ่งที่ เนเน่ รอยัล ทำสำเร็จในคืนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้กรรมการคนหนึ่งถูกใจเพลง แต่คือการพิสูจน์ตัวตนผ่านเสียงร้อง กีตาร์ และพลังความมุ่งมั่น จนทลายกำแพงรสนิยมทางดนตรีของกรรมการระดับโลกได้สำเร็จ
จากเพลง "Zombie" ในรอบออดิชัน สู่ "Hysteria" ในรอบคัดเลือก และ "Black Hole Sun" ในรอบก่อนรองชนะเลิศ... ในรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 22 กันยายนนี้ บทพิสูจน์ต่อไปของเนเน่ไม่ใช่การทำให้ เมล บี มองเห็นอะไรในตัวเธออีกต่อไป แต่คือการทำให้ "ผู้ชมที่มีสิทธิ์โหวตทั่วสหรัฐฯ" มองเห็นและยอมรับในสิ่งนั้นเช่นเดียวกัน!