
ความพิเศษของรางวัลในปีนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ MAPIC จึงได้จัดให้มีการมอบรางวัลพิเศษ “Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years” เพื่อยกย่องโครงการที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลกในรอบสามทศวรรษที่ผ่านมา โดยไอคอนสยามเป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทย และจากภูมิภาคเอเชีย ที่ก้าวขึ้นสู่ Top 3 ของโลก ร่วมกับอีกสองโครงการ คือ Puerto Venecia จากประเทศสเปน และ Westfield London จากสหราชอาณาจักร
โดยในรอบแรกคณะกรรมการ MAPIC ได้คัดเลือกโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกที่เยี่ยมยอดจากหลายประเทศทั่วโลกจำนวน 15 โครงการ ในรอบ 30 ปี โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีวิสัยทัศน์ สามารถพลิกเกมของอุตสาหกรรมและพลิกโฉมจุดหมายปลายทางด้านค้าปลีก โดยดูจากการออกแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่ แนวคิดการผสมผสานร้านค้าแบบใหม่ และนำเสนอคุณค่าที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยในรอบแรกนั้นได้เข้าร่วมแข่งขันกับโครงการระดับโลกอย่าง Dubai Mall (UAE), Battersea Power Station (UK),Marina Bay Sands (Singapore) และ MAPIC ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกเข้าร่วมโหวตตั้งแต่เดือนเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ผ่านระบบออนไลน์บนแพลตฟอร์มกลางของ MAPIC คอมมูนิตี้ เพื่อให้ประชาคมโลกได้ลงคะแนนคัดเลือกโครงการที่สมควรถูกยกย่องมากที่สุด ให้เหลือเพียง 3 โครงการ
ตลอดระยะเวลา 7 ปี ไอคอนสยามคว้า 53 รางวัลเกียรติยศ ครองความเป็นที่หนึ่งสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์อันล้ำเลิศ สู่การเป็น Global Destination ที่โลกยอมรับ สะท้อนความสำเร็จของวิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ก่อนพัฒนาโครงการ ซึ่งกลายเป็นความจริง ของการพัฒนาเมืองที่รวมคุณค่าจากทุกภาคส่วน และ กระจายประโยชน์เป็นวงกว้างให้แก่ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเมืองธนบุรี สู่ความเป็นที่หนึ่งของโลก และความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
วันนี้ ไอคอนสยามได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ไอคอนสยาม คือแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้คนไทยกว่า 35,000 ครอบครัว และดีไซเนอร์ไทยกว่า 800–1,000 ราย สามารถสร้างรายได้ สร้างธุรกิจ และสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักบนเวทีโลกอย่างแท้จริง
ไอคอนสยามยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจรอบพื้นที่ มูลค่าที่ดินริมเจ้าพระยาสูงขึ้นจาก 250,000 เป็น 700,000 บาทต่อตารางวา ธุรกิจริมแม่น้ำเติบโตกว่า 40% โรงแรมมีอัตราค่าห้องพักเพิ่มขึ้นเท่าตัว การเข้าพักสูงขึ้นต่อเนื่อง สร้างงานมากกว่า 400,000 อัตรา และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ไทยกว่า 115 ล้านคน
และ ภายในครึ่งหลังปี 2568 ไตรมาสแรก 2569 มีแบรนด์ใหม่กว่า 51 แบรนด์ ทั้งลักซ์ชัวรี่และแบรนด์ไทยชั้นนำ เลือกเปิด “สาขาแรกในประเทศไทย” ที่ฝั่งธนฯ ไม่ใช่ฝั่งกรุงเทพฯ สะท้อนศักยภาพการพลิกพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ระดับโลก พร้อม Waiting List อีกกว่าร้อยแบรนด์ รวมการลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท
“ไอคอนสยาม” คือ อภิมหาโครงการเมืองที่เป็นแลนด์มาร์กของประเทศไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจากความร่วมมือของสามองค์กรชั้นนำ ได้แก่ สยามพิวรรธน์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และเป็นโครงการที่มีปณิธานจากผู้ร่วมทุน ให้เป็น National Landmark และเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ที่ถือกำเนิดจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะประกาศศักยภาพอันสง่างามของประเทศไทยให้ประจักษ์บนเวทีโลก
นอกจากนั้น ในงานยังมีการมอบรางวัล “PIONEERS OF PLACES” แก่บุคคลที่เป็นผู้นำวิสัยทัศน์ที่และมีผลงานโดดเด่นที่ได้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ของโครงการที่ล้ำเลิศเป็นผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกโลก เป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการพัฒนาเมืองที่มอบประโยชน์ให้แก่ผู้คนและสังคม ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา
โดยคุณชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ นักธุรกิจเอเชียคนแรกของโลก ได้รับรางวัล “Pioneers of Places” รางวัลที่ยกย่องให้เป็น 1 ใน 5 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกของโลกในรอบ 30 ปี จาก Mapic Awards 2025 รางวัลนี้เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติ Lifetime Achievement ที่มอบให้เพื่อยกย่องใน วิสัยทัศน์อันกว้างไกล ความเป็นผู้นำที่ทรงพลัง และผลงานอันทรงอิทธิพล พลิกโฉมวงการค้าปลีกไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่วงการตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา
รางวัลจากเวที MAPIC ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นความภูมิใจสูงสุดของสยามพิวรรธน์เท่านั้น แต่คือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ และยืนยันว่าแนวคิดแบบ “Game Changer” ของสยามพิวรรธน์ ได้กลายเป็นพลังที่นำประเทศไทย “สู่ความเป็นหนึ่งบนเวทีโลก” อย่างแท้จริง