สยามพิวรรธน์ จ่อขยายธุรกิจบุกต่างประเทศ มุ่งตลาดหลักทรัพย์ ลงทุนระยะยาว
22 ก.ย. 2566 | sorada_are

สยามพิวรรธน์เตรียมขยายธุรกิจบุกต่างประเทศ พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รับยุทธศาสตร์ลงทุนระยะยาว
Business thai
22 ก.ย. 2566 | sorada_are

สยามพิวรรธน์เตรียมขยายธุรกิจบุกต่างประเทศ พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รับยุทธศาสตร์ลงทุนระยะยาว
กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพ ประกาศแผนเตรียมขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำการพัฒนาโครงการจุดหมายปลายทางที่ประสบความสำเร็จระดับโลก พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อช่วยปรับโครงสร้างและศึกษาความเป็นไปได้ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต
นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า "ในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมานั้น สยามพิวรรธน์ได้รับการติดต่อจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากหลายประเทศ ได้แสดงความประสงค์ที่จะให้สยามพิวรรธน์ไปร่วมลงทุน เพื่อสร้างโครงการที่เป็นแลนด์มาร์คในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ในระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ทั้งแผนการลงทุนภายในประเทศและการขยายธุรกิจไปต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะประกาศได้ต้นปี 2567”
เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์และการขยายธุรกิจระยะยาว บริษัทฯ จึงได้ลงนามแต่งตั้งบริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อช่วยปรับโครงสร้างและวางแผนทางการเงิน ศึกษาเรื่องการระดมทุนที่เหมาะสม รวมทั้งความเป็นไปได้ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต
ทั้งนี้ผลประกอบการของสยามพิวรรธน์ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้เติบโตกว่า 25% จากปี 2565 จำนวนผู้เข้าใช้บริการที่ศูนย์การค้า สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ มากถึง 45 ล้านคน เติบโตกว่า 50% จากปีที่ผ่านมา ส่วนไอคอนสยามปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าแตะวันละ 100,000 คน และใน 6 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวนผู้ที่มาใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมกันถึง 15.5 ล้านคน ซึ่งเติบโตจากปี 2565 อย่างมากถึง 70%