“จากเป้าหมาย 30@30 และมาตรการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายจากประเทศจีนตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการผลิต เนื่องด้วยเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยปัจจุบันมีผู้ผลิตยานยนต์จากจีนลงทุนในไทย 4 ราย ได้แก่ SAIC (กำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี), GWM (กำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี), BYD (กำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี), NETA (กำลังการผลิต 20,000 คันต่อปี) อยู่ระหว่างจัดตั้งธุรกิจ 2 ราย ได้แก่ GAC Aion และ Chang An Automobile และมีแผนลงทุน 1 ราย ได้แก่ Chery Automobile (ปี 2024) ซึ่งเป็นโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ แต่ยังมีประเด็นความท้าทายคือ เงื่อนไขการค้าการลงทุนระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไป มาตรการกีดกันการทางการค้าระหว่างประเทศมีน้อยลง เช่น ข้อกำหนดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ประกอบกับผู้ผลิตชิ้นส่วนจากจีนมีความสามารถทางเทคโนโลยีสูงกว่าและต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถแข่งขันของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ”
ดร. เกรียงศักดิ์ กล่าวต่อว่า “ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการในประเทศจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ โดยงาน Automotive Summit เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งผู้ที่สนใจทั่วไป ได้รับทราบถึงแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ”
งาน Automotive Summit ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Reshape the Future of Thai Automotive Industry” หรือ “พลิกโฉมอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยเนื้อหาในงานสัมมนาจะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ หนึ่ง Transition หรือการเปลี่ยนแปลงในประเด็นต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และ สอง Transformation หรือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะรับมือการเปลี่ยนแปลงนั้น ได้อย่างไรบ้าง
สำหรับการสัมมนาในช่วง Transition ประกอบไปด้วย ประเด็นด้านความยั่งยืน การใช้ไฮโดรเจนที่เป็นพลังงานทางเลือกใหม่ในยานยนต์ และบทบาทของซอฟต์แวร์ที่จะเป็นส่วนสำคัญในเทคโนโลยียานยนต์ และการสัมมนาในช่วง Transformation ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ด้านบุคลากร ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และปิดท้ายด้วยนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ โดยในงานสัมมนาได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 40 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มานำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
“นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งหนี่งที่ สถาบันยานยนต์ ได้ร่วมกับ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จัดสัมมนาในครั้งนี้ภายในงาน Manufacturing Expo และการจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการในวงการอีกมากมาย ซึ่งทางสถาบันฯ ต้องขอขอบคุณ บริษัท แอเดียนท์ แอนด์ ซัมมิท คอร์ปอเรชั่น จำกัด และองค์กรอีกมากมายที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนการจัดสัมมนาในครั้งนี้ครับ” ดร. เกรียงศักดิ์กล่าว
ด้านผู้จัดงาน Manufacturing Expo นั้น นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จำกัด (RX Tradex เดิมชื่อ รี้ด เทรดเด็กซ์) ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าแห่งอาเซียน เปิดเผยว่า “ในทุกๆ ปีช่วงเดือนมิถุนายน อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จะจัดงาน Manufacturing Expo ขึ้นให้เป็นเวทีกลางให้ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมได้พบกับเทคโนโลยี องค์ความรู้ และเครือข่ายทางธุรกิจใหม่ๆ ในมหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุนที่ครบครันที่สุดในอาเซียน โดยรวมเอางานแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีเฉพาะทางถึง 8 งานไว้ในมหกรรมเดียว ซึ่งในปีนี้จะนับเป็นปีที่ 13 ของ Manufacturing Expo และกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน นี้ ที่ฮอลล์ 98 – 104 ไบเทค บางนา”
ความครบครันของงาน Manufacturing Expo นั้นเกิดมาจากการรวมตัวกันของงานแสดงเฉพาะทางที่แสดงนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับหลากหลายวงการ ทั้งการผลิตพลาสติก, แม่พิมพ์และการขึ้นรูป, ชิ้นส่วนยานยนต์, การเตรียมพื้นผิว ชุบเคลือบ และทำสีชิ้นส่วน, การแสดงหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่อภาคการผลิตและภาคบริการ, การผลิตและประกอบอิเล็กทรอนิกส์, การก่อสร้าง บริหารจัดการ และบำรุงรักษาโรงงานและอาคาร และการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มสำหรับหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม
หนึ่งใน 8 งานแสดงเฉพาะทางของ Manufacturing Expo นั้นคืองาน ออโตโมทีฟ แมนูแฟกเจอริ่ง (Automotive Manufacturing) ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งครั้งนี้จะจัดขึ้นเป็นปีที่ 18 และจะเป็นศูนย์รวมทุกเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ทั้งการแปรรูปโลหะแผ่น การเชื่อม และการตรวจวัด ผู้รับช่วงการผลิตชิ้นส่วน ที่ผู้ประกอบการในวงการยานยนต์ทุกคนจะได้มาเกาะกระแสรับมือความเปลี่ยนแปลงพร้อมไปกับผู้ให้บริการกว่า 250 แบรนด์จากหลายประเทศ
งาน Automotive Manufacturing ในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดว่า “The Path to Express Way of Future Automobiles” หรือ “เส้นทางสู่ยานยนต์แห่งอนาคต” เพราะ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ต้องการให้งานนี้เป็นงานที่ปูเส้นทางให้ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง EV หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ให้ผู้ร่วมงานได้รับเทคโนโลยีและองค์ความรู้ไปใช้ในการเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
“องค์ความรู้สำคัญที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากงาน Automotive Manufacturing ก็คือองค์ความรู้จากสัมมนา Automotive Summit ที่ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ได้ร่วมมือกับสถาบันยานยนต์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ซึ่งปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 10 แล้วที่เราร่วมมือกันมาตลอด ซึ่งทุกครั้งที่เราร่วมจัดสัมมนานี้ เราก็ไม่เคยผิดหวังเลยในแง่ของเนื้อหาและรายชื่อวิทยากรที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เพราะหัวข้อและเนื้อหาในแต่ละปีล้วนแล้วแต่นำกระแสและน่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก วิทยากรที่มาร่วมงานก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชำนาญ ทำให้งาน Automotive Summit เป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งที่เราจะได้พบและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 40 ท่านในงานเดียว”
“ผู้ที่เข้าร่วมฟังสัมมนาในงาน Automotive Summit แล้ว สามารถเข้าชมเครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในงาน Automotive Manufacturing ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งลงทะเบียนเข้าชมงานเดียว สามารถเข้าชมทั้ง 8 งานภายใต้มหกรรม Manufacturing Expo ได้เลย นับว่าคุ้มค่ามากๆ ขอเพียงผู้ชมงานแต่งกายสุภาพ ไม่สวมรองเท้าแตะหรือกางเกงขาสั้น เนื่องจากงานเป็นงานแบบเจรจาธุรกิจ”
ในงาน Automotive Manufacturing จะมีการแสดงเทคโนโลยีหลากหลายประเภทที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการผลืตชิ้นส่วนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดต้นทุน และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราจะมีการแสดงเครื่องแปรรูปโลหะแผ่นสำหรับผลิตตัวถังรถ ฝากระโปรงรถ เช่น เทคโนโลยีเครื่องตัดเลเซอร์ 3 มิติ และเครื่องตัดโลหะ, เทคโนโลยีเด่นในงานอีกประเภทก็จะเป็นเครื่องวัดที่จะช่วยตรวจสอบว่าชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นมานั้นได้คุณภาพหรือไม่ เช่น โซลูชั่นที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบอนุภาคปนเปื้อนได้เร็วขึ้นผ่านการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงและอิเล็กตรอน สามารถระบุแหล่งที่มาของอนุภาคปนเปื้อนนั้นได้ และจะมีการเปิดตัวเครื่องสแกนวัดชิ้นส่วนที่ไวที่สุดในโลก และยังจะมีผู้รับผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไปแสดงในงานด้วย จึงเรียกว่าเป็นงานที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์จริงๆ
สำหรับผู้สนใจเข้าฟังสัมมนาใน Automotive Summit สามารถอ่านกำหนดการและลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่ www.manufacturing-expo.com แล้วเลือกเมนูสัมมนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าอาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ที่โทร 0 2686 7222 หรืออีเมล [email protected]