ย้ำชัดดีเดย์แจกเงินหมื่น 60 ปี วันที่ 29 ม.ค.นี้
อีกนโยบายชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลเพื่อไทย ที่ประกาศก้องในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง คือการแจกเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งผ่านมาถึง พ.ศ.นี้ รูปแบบและเงื่อนไขการแจกเงินหมื่นฯได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว และเพิ่งจ่ายเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มให้กับกลุ่มเปราะบางไปแล้ว คือเฟสแรก ท่ามกลางคำถาม เฟสสอง ที่จะแจกให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปตอนกี่โมง แม้คนในรัฐบาลแพทองธาร จะออกมายืนยันว่า จะได้รับในช่วงก่อนตรุษจีนก็ตาม แต่เมื่อฟังการปราศรัยของ"ทักษิณ" ก็ตอกย้ำแบบรู้ล่วงหน้าก่อนกาล
"เงินหมื่นดิจิทัล วอลเล็ต ที่รัฐบาลประกาศไว้เทคโนโลยีจะเสร็จเดือนมี.ค พอเสร็จแล้วเราก็จะโอนเงินให้คนที่มีอายุ 60 ลงมา ส่วนวันที่ 29 ม.ค. นี้ จะเป็นเงินให้สำหรับคนที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป และจะให้คนหนุ่มสาว เรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เพราะอีกหน่อยการติดต่อกับรัฐบาลจะผ่านดิจิทัลเงินไม่ใช่ทุกอย่างแต่เป็นเกือบทุกอย่าง ถ้าไม่มีเงินไม่รู้จะทำอย่างไร ใช้เงินสร้างเศรษฐกิจ สร้างความสุขในครอบครัว ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีก็ลำบาก ผมเองได้ไปพบกับคนคนหนึ่ง เขามาหาผม บอกมีวันนี้ได้ เพราะสมัยที่เป็นนายกฯ กลับมาวันนี้ ผมเห็นประเทศทรุดไปมาก ถามว่าจะทำได้หรือไม่ ทำได้แต่อาจจะยากหน่อย"
ถามคนในครอบครัว "ใครจะเป็นนายกฯ"
ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการ กับการคัดเลือกผู้นำประเทศ "ทักษิณ" ถึงกับกล่าวต่อสาธารณะวันนี้ด้วยตนเองว่า เขาได้สอบถามคนในครอบครัว จะมีใครพอเสียสละทำงานให้บ้านเมืองได้บ้าง
"ผมไปถามว่าคนในครอบครัวว่าใครจะอาสาเป็นนายกฯ นายกฯอิ๊งค์ (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ) ลูกคนเล็ก ก็อาสาเพื่อจะเสียสละทำงานให้บ้านเมือง ที่ผ่านมามีคนไปกระท่อนกระแท่นว่า น.ส.แพทองธาร มีเครื่องแต่งตัวเยอะ เพราะนายกฯ อิ๊งค์เป็นลูกคนสุดท้อง ตนเองเป็นคนหลงลูกสาว จึงซื้อของแต่งตัวให้เยอะ มีอะไรก็ซื้อให้หมด ก็เลยมีของเยอะเพราะพ่อซื้อให้ ซื้อให้เอาใจแล้วปีนี้เลยต้องใช้งาน และมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของนายกฯแพทองธาร จะแก้ปัญหาประเทศรอบนี้ได้ ปีนี้ ปี 68 ประชาชนจะเห็นว่าเริ่มฝันได้ และปลายปีจะต้องฝันแล้วว่าปีหน้าเราจะทำอะไร ปี68 ต้องเป็นปีที่ทุกคนขยันทำงาน ทั้งรัฐบาลและองค์กรท้องถิ่น รวมถึงจะจัดการให้เรียบทั้งปัญหายาเสพติดและ Call Center"
อย่างไรก็ดี ระหว่างปราศรัย มีประชาชนตะโกนขึ้นมาบอกว่าให้ "ทักษิณ"กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่า "ทักษิณ" ตอบกลับว่า แก่แล้ว ขอสนับสนุนให้ลูกเป็น แล้วคอยส่งเสริมดีกว่า ได้ค่าช่วยหาเสียงวันละ 300 บาท วันนี้มา 3 เวทีได้เวทีละ 100 บาท มาลำบากก็ตอนแก่ ตอนไม่เล่นการเมืองก็สบาย มีเงินอยู่ 60,000 ล้านบาท พออยู่ไปอยู่มา ก็จนลงเพราะโดนยึดบ้าง โดนหาเรื่องบ้างสารพัดอย่าง “ไอ้พวกควายพวกนี้ หาว่าผมไปเอาตังค์ที่ไหนมา ก็กูรวยตั้งแต่ปี 35-36 แล้ว ตอนนั้นผมรวยที่สุดในประเทศ แต่ตอนนี้จนพอๆกับชาวเชียงราย"
"ทักษิณ" กล่าวอีกว่า วันนี้ความคิดของคนไม่เหมือนกันตนเองมีความคิดแบบคนสมัยใหม่ คนรุ่นเก่าบางคนออกมาด่าตนเองสารพัด มีอยู่คนหนึ่งหาว่าตนเองสร้างความวุ่นวาย ตั้งแต่แพ้การเลือกตั้ง ตนเองเมื่อปี 44 ก็แค้นจนถึงทุกวันนี้ คนที่มาด่าตนเอง เขตเลือกตั้งมี 450 คน เลือกเขาแค่ 47 คนแก่แล้วยังลงเลือกตั้งอยู่ แต่ตนเองพอแล้ว ไม่อยากอะไรแล้วช่วยประชาชนดีกว่าทำงานให้บ้านเมือง ต้องยอมรับว่าตอนนี้บ้านเราหนี้ประชาชนสูง หนี้ประเทศสูง ขอเวลาอีก 2 ปี หนี้ประเทศจะลดลง
หลุดคำพูด รมต.ทำงานไม่ได้ต้องเปลี่ยนตัว
ขณะที่กระแสการปรับคณะรัฐมนตรีแพทองธาร เริ่มหนาหูมากขึ้นในช่วงต้นปีใหม่ ดูจะสอดรับกับคำปราศรัยของทักษิณ บนเวที ถึงขนาดหลุดคำพูดขึ้นมา เกี่ยวกับการทำงานของรัฐมนตรี ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาด้านพลังงานได้ ก็อาจต้องเปลี่ยนตัว และคำพูดที่หลุดออกมานี้ ทำให้สื่อมวลชนได้สอบถาม"ทักษิณ" หลังการปราศรัย แต่ปรากฎ ทักษิณก็ออกมากล่าวว่าเป็นเพียงคำพูดล้อเล่น ไม่ถึงขนาดต้องปรับครม. และยอมรับด้วยว่าได้พูดคุยกับ "นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" รมว.พลังงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว
....ลองมาไล่เลียงคำปราศรัยระหว่างบรรทัด....
"บ้านเรามีเสือนอนกิน มีทุกที่วงการกำลังนั่งไล่ รัฐมนตรีไปพูดกับข้าราชการ ก็มีคำแก้ตัวสารพัด นายกฯก็ไปพูดกับรัฐมนตรีว่าต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้จะเปลี่ยนคนมาแทน รัฐมนตรีจึงจะตื่นตัว อย่างเช่นเรื่องข้าว เรื่องไฟฟ้า ปีนี้ค่าไฟฟ้าจะต้องลงไปอยู่ที่เลข 3 ไม่ใช่เลข 4 ใจตนเองอยากให้เหลือ 3.50 บาท แต่คงได้แค่ 3.70 บาท กำลังให้เขาช่วยทุบอยู่ ปีนี้ค่าไฟลงแน่เห็นตัวเลขแล้วทุบได้ ต่อไปค่าอาหารสัตว์ ค่าปุ๋ย ค่ายาก็จะให้ลง เรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นจริงภายในปีนี้ให้หมดทุกอย่างถึงบอกว่าปีนี้รัฐบาลต้องทำงานหนัก 1. ยาเสพติด ต้องเอาให้เกลี้ยง 2. Call Center ต้องเอาให้เกลี้ยง 3. การผูกขาดทุกรูปแบบต้องเอาให้หมด เพื่อให้พี่น้องมีค่าใช้จ่ายในชีวิตต่ำลง ทำรายได้ให้ดีขึ้น มีโอกาสดีขึ้น ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในปี 68"
"ทักษิณ" กล่าวอีกว่า ใครเล่นติ๊กต๊อกบ้าง 2-3 วันนี้ตนเองว่างวันหยุดก็เลยนั่งดูตามโซเชียล “ไอ้พวกนี้นะ ชีวิตมันอีกนิดเดียว ก็จะผูกคอตาย เพราะมันมองโลกแย่ไปหมด ตื่นมาก็เห็นว่าโลกไม่ดีแล้ว อีกไม่กี่วัน จะส่งเชือกให้ ตื่นเช้ามาก็ด่ารัฐบาล บ่ายมาก็ด่ารัฐบาล ด่าอยู่นั้นมีอยู่ 4-5 ตัว ที่ด่า พวกนี้สงสัยคงอยากได้เชือก แต่มีอยู่ไม่กี่คนตื่นเช้ามาก็ด่ารัฐบาล เหลือแต่ด่าพ่อด่าแม่ตัวมัน รู้สึกสมเพชคนพวกนี้ อยากจะเอามาฝึกอาชีพ แต่ดูท่าแล้วจะเป็นคนไม่ขึ้นซ้าง ทำนองว่ามีหลักไว้ให้แต่ไม่เลื้อยขึ้น เลื้อยลงตลอด เราเอาคนไทยทั้งหมดอยากขึ้นซ้าง งั้นเรามาทำซ้างให้คนไทยขึ้น"
ยกระดับแปลงโฉนดสปก.ให้เป็น "โฉนด" จริง
ในช่วงท้าย ได้มีชาวบ้านตะโกนขึ้นมาบอก"ทักษิณ"ให้ช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกิน "ทักษิณ" จึงตอบกลับไปว่า ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินทำกินทั้งหลาย กำลังคุยกันอยู่อย่างที่ดินสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) จะให้เป็นแค่โฉนดส.ป.ก.ไม่ได้ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นโฉนดจริง ที่สามารถทำมาหากินได้ ส่วนที่ถูกนายทุนยึดไป ถ้ายึดไปได้ก็ยึดคืนมา แต่ถ้าเขาเอาไปสร้างสิ่งปลูกสร้างแล้ว ก็ต้องให้เขาเสียค่าเช่า เพราะเจตนารมณ์ของสปก เพื่อที่จะช่วยชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกินและไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่แน่นอน
ทั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาประเทศได้ไม่เกินมือ แต่ยาก เมื่อก่อนต่างจังหวัดบ้านเรายังโอเคมันพังแค่ที่กรุงเทพฯแต่ตอนนี้มันพังทั้งประเทศ
ทั้งหมดนี้ คือการถอดรหัสจากคำปราศรัยเวทีแรกเชียงราย ที่นอกจาก"ทักษิณ"มาช่วยหาเสียงให้ สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงรายแล้ว แต่ยังบ่งชี้ถึงแนวความคิดของตนที่ตั้งใจบอกกล่าวสาธารณะถึงการทำงานรัฐบาลแพทองธารในปี 2568 ตามแบบฉบับ "ทักษิณคิด แพทองธารทำ"