“เมื่อมีการผ่อนปรนการควบคุม เปิดโอกาสให้ขายให้ดื่มได้มากขึ้น สิ่งที่จะตามมาย่อมหนีไม่พ้นอุบัติเหตุ ผลกระทบทางสังคมที่จะตามมา ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่ ซึ่งเพิ่มโทษหนักกับผู้ที่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขายให้คนเมา มีโทษปรับสูงถึง 100,000 บาท สูงกว่ากฎหมายเดิม 5 เท่า และยังเพิ่มความรับผิดทางละเมิดกับผู้ขายที่ขายให้เด็กและคนเมาจนไปก่อเหตุต่อผู้อื่นอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ทางผู้ประกอบการร้านเหล้าผับบาร์ คนขายเหล้าก็ต้องปรับตัวทำตามกฎหมาย” นายสุรสิทธิ์ กล่าว
นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า ในช่วง 7 วันอันตราย ของเทศกาลปีใหม่ 2569 เครือข่ายฯ ขอยื่นข้อเสนอ ต่ออัยการสูงสุด ดังนี้1.เครือข่ายขอสนับสนุนมาตรการของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่กำหนดให้อัยการที่ได้รับสำนวนคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วให้พิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เมาแล้วขับ มีลักษณะเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จราจร มาตรา 43 (8) ด้วยหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าผิดขอให้สั่งให้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา และในการฟ้องคดีให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบรถของกลางด้วย ซึ่งเป็นความก้าวหน้าในการบังคับใช้กฎหมายที่ตรงจุด