นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า คนเหล่านี้มีชีวิตเหมือนเรา มีครอบครัวต้องดูแล ดังนั้นทุกคนที่ออกรบ จะได้เบี้ยออกรบคนละ 200,000 บาท ทุกรอบของการออกรบ ส่วนทหารใหม่ที่สมัครใจเกณฑ์ทหาร รับไปเลยคนละ 30,000 บาท ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่ เป็นคนรายได้น้อย มีภาระครอบครัว แต่ต้องมารับใช้ชาติ จึงมีเงินเดือนและค่าครองชีพให้เดือนละ 15,000 บาท
นอกจากนี้ เราต้องกำจัดพิฆาตคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดินนี้ คนโกงชาติ โกงแผ่นดิน ต้องประหารให้หมด พวกสแกมเมอร์ ต้องโทษหนักประหารชีวิต หากเราเป็นรัฐบาล จะออกพระราชกำหนดประหารคนชั่วเหล่านี้ให้หมดจากแผ่นดินทันที และคนที่โกงเงินชาติ ลูกหลานจะต้องชดใช้เงินที่โกงแผ่นดิน
ทุกวันนี้ปัญหาของทุกคนคือค่าครองชีพ และสิ่งที่รัฐบาลสามารถช่วยได้คือการ “ทุบค่าพลังงาน” ซึ่งจะสามารถลดค่าพลังงานได้ถึง 3.71 บาท และสามารถลดได้ถึง 3.30 บาท ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซล 30 บาทต่อลิตรเท่านั้น ตอนนี้จะทำให้ดู เพราะเตรียมการทำแล้ว ทำได้ทันที เราจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับนายทุน ทั้งทุนพลังงาน และคนที่เอาเปรียบสังคม และประชาชนเราจะไม่ยอมเด็ดขาด
นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า นโยบายปฏิรูปการศึกษาสำคัญ อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน เลิกฟ้องนักเรียนที่เป็นหนี้ กยศ. แต่ให้ทำงานใช้หนี้ภาครัฐแทน เพื่อประโยชน์และสังคม
นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เราพร้อมแล้วที่จะเข้าสู่สนามรบ ไม่ได้ชิงความชนะกับพรรคการเมืองไหน แต่เราจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ขอโอกาสประชาชน เอาชนะวิกฤตชาติ เข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อพรรค เราจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของชาติ ซึ่งวันนี้เราพร้อมส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 33 เขตในพื้นที่ กทม.
ด้าน นายอรรถวิชช์ แถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ว่า กว่า 20 ปีแล้ว ที่เศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่ สาเหตุคือประเทศไทยไม่มีธุรกิจใหม่ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ หรือ Data Center กี่นายกรัฐมนตรีแล้ว ที่พาธุรกิจเหล่านี้เข้ามาเมืองไทย แต่สุดท้ายก็ไหลออกไปสู่ต่างประเทศ เด็กจบใหม่หางานยาก ห่วงโซ่อุปทานไม่เคยครบเส้น
ปัจจัยแรก คือเรื่องพลังงาน มี 2 ธุรกิจที่ผูกขาดรุนแรงที่สุดในประเทศนี้ ซึ่งเราจะสู้ คือธุรกิจพลังงานผูกขาด ประเทศไทยไม่สามารถหาพลังงานสะอาดได้ 100% เพราะเราเกรงใจผู้ผลิต สัญญาที่เราต่อทุก 25 ปี เราต้องรอหมดสัญญาก่อนหรือไม่จึงจะพาประเทศไทยไปธุรกิจใหม่ได้ ต่อไปนี้เราไม่รอ
โดยนโยบายใหม่ที่เราจะเปิดเพื่อสร้างการจ้างงานคือ เสรีโซลาเซลล์ ไทยเป็นประเทศที่มีแสงแดดมากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย นโยบายนี้นอกจากจะทำให้ประชาชนประหยัดไฟแล้ว ก็จะเป็นการดึงดูดธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยที่นายกรัฐมนตรีไม่ต้องจูงมือมา เพราะธุรกิจเหล่านี้ต้องการพลังงานสะอาด 100% โรงงานใดก็สามารถติดโซลาเซลล์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร
นายอรรถวิชช์ ยังชี้ว่า นายพีระพันธุ์ พ้นจากตำแหน่งแค่ไม่นาน นโยบายนี้กลับถูกคว่ำทันที แต่ปัจจุบันนี้ไทยผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการ หากรัฐบาลปล่อยให้มีการซื้อกระแสไฟฟ้ากลับสู่ระบบอีก จะทำให้ค่าไฟยิ่งแพงขึ้น จึงควรเปิดโอกาสให้มีเสรีโซลาเซลล์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและเพิ่มการจ้างงาน แต่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่สามารถทำได้ เพราะเราไปเหยียบเท้าทุนพลังงานใหญ่เข้าเท่านั้น
อีกปัจจัยคือ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอนโยบายเครดิตบูโร ปัจจุบันคนไทยติดเครดิตบูโรอยู่ราว 5 ล้านคน ส่วนมากเป็นวัยทำงานทั้งนั้น ประเทศไทยหนี้ครัวเรือนสูง แต่ไม่เกิดการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ เพราะเครดิตบูโรติดอยู่ 3 ปี วันนี้เรากำลังนำชนชั้นกลางของเราไปเจอดอกเบี้ยแพง ขณะที่ปีที่แล้วธุรกิจกำไรพาณิชย์ทั้งกลุ่ม กำไร 2-3 แสนล้านบาท
“หากเลือกรวมไทยสร้างชาติ หากเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล จะลบประวัติเครดิตบูโรทันทีเมื่อจ่ายจบ กู้ใหม่ได้ทันที เราจะไม่แช่แข็งลูกหนี้เด็ดขาด และจะชนกับกลุ่มธนาคารถ้าท่านไม่เห็นด้วย” นายอรรถวิชช์ กล่าว
ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ นโยบายระบบราชการงานไว หลายใบอนุญาต จบที่ 1 คำขอ เราจะไม่เปิดโอกาสให้ข้าราชการโกงกินอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้เรื่องต่างๆ ผลักดันยาก ถ่วงเวลาไปเปล่าๆ
จากนั้น นายนราพัฒน์ ได้กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตร ว่า ปัญหาของเกษตรกรหลักๆ ประกอบด้วย เรื่องต้นทุน และการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ต้นทุนของการเกษตรคือน้ำ แต่กระทรวงเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ยังไม่สามารถขยายพื้นที่ชลประทาน หรือพื้นที่รับน้ำที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม รัฐบาลควรเพิ่มงบประมาณสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ ทำแก้มลิงในทุกจังหวัดให้ช่วยกันเก็บน้ำ ซึ่งจะทำให้สามารถกระจายน้ำไปสู่เกษตรกรทุกพื้นที่ได้ และประกอบกับโซล่าร์เซลล์เสรี การส่งน้ำก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยต้นทุนก็จะต่ำ
สำหรับเรื่องปุ๋ย เชื่อว่าพรรครวมไทยสร้างชาติมีความเด็ดขาดในการแก้ปัญหาราคาปุ๋ย เราจะดึงโพแทสเซียมขึ้นมาเป็นแม่ปุ๋ย และให้ราคาปุ๋ยไม่เกินกระสอบละ 500 บาท ขณะที่ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน พรรคจะเสนอตั้งศาลที่ดินดูแลปัญหาให้ประชาชนเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ความเป็นธรรม รัฐไม่ได้ถูกต้องเสมอไป รัฐจัดสรรที่ดินมาแล้วแต่หน่วยงานไม่ดำเนินการ ประชาชนสามารถพึ่งศาลที่ดินได้
นายนราพัฒน์ ระบุอีกว่า รัฐต้องสร้างหน่วยงานกลางเพื่อดูแลราคาผลผลิตทางการเกษตร สินค้าเกษตรต้องต่อยอดกำไรจากผลิตภัณฑ์แปรรูป สร้างพื้นที่ให้เกษตรกรสามารถจำนำ เพิ่มมูลค่าได้ รวมไทยสร้างชาติจะช่วยลดทั้งต้นทุนชีวิต เช่น ค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าก๊าซหุงต้ม และลดต้นทุนอาชีพ เพิ่มกำไรในกระเป๋า รวมถึงลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ เพิ่มการแข่งขัน
จากนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค