ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า จากไทม์ไลน์เดิม ที่จะมีการยุบสภาในวันที่ 31 มกราคมและจะเลือกตั้งในวันที่ 29 มีนาคมนั้น กกต. ขอ เวลาทำงาน 90 วัน รัฐบาลจะต้องส่งข้อมูลในการทำประชามติ มาให้กกต. ไม่เกินวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ถ้าเลยจากวันที่ 15 ธันวาคมนี้ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะสามารถจัดทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งได้หรือไม่ แต่นี่เป็นเพียงกรอบคร่าวๆเดิม ซึ่งความจริงยังมีเวลาเพียงพอตามข้อกฎหมายการทำประชามติ
เมื่อถามว่า ข้อเสนอของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.พรรคประชาชนที่ให้จัดทำประชามติผ่านไปรษณีย์นั้นว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า กกต. ตระหนักในเรื่องนี้ เพราะจะต้อง ไม่ทำให้เกิดการสร้างภาระแก่ประชาชน แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งต้องดูว่าทำได้หรือไม่แล้วหมิ่นแหม่ กับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ กกต.จะต้องพิจารณา ซึ่งการทำประชามติทางไปรษณีย์นั้นถือว่า เป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ใช่เป็นการทำประชามติในวันเดียวกัน ตามกฎหมาย และไม่ว่าการทำประชามติจะเป็นคำถามเดียวหรือ 2 คำถาม ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของข้อมูลในการทำประชามติ ว่าจะส่งข้อมูลมาให้กกตเมื่อไหร่ และต้องดูเรื่องกรอบเวลาว่าจะสามารถทำประชามติควบคู่กับการเลือกตั้งได้หรือไม่
ทั้งนี้ ในกรณีของต่างประเทศ จะไม่เหมือนกับในประเทศไทยเพราะกฎหมายเขียนให้อำนาจสถานเอกอัครราชทูตเป็นคนดำเนินการกำหนดวิธีการออกเสียง เพื่ออำนวยความสะดวก และการออกเสียงประชามติจะต้องนับคะแนนที่ต่างประเทศเลยไม่สามารถส่งมานับคะแนนที่ไทยได้ เหมือนกับ