เนชั่นทีวี

การเมือง

ไทย-กัมพูชา ถกปักหมุดบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ตกลงได้ 2 เรื่อง

18 พ.ย. 2568

ไทย-กัมพูชา ถกปักหมุดบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ตกลงได้ 2 เรื่อง

ไทย-กัมพูชา ถกปักหมุดชั่วคราว บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว ตกลงกันได้ 2 เรื่อง บินโดรน-ปักหมุด ส่วนรังวัดยังไม่ได้ข้อสรุป

18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.54 น. คณะของกัมพูชา นำโดยนายสรวย โบรา หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการกัมพูชา พร้อมคณะรวม 10 คน เช่น ฝ่ายสำรวจ ฝ่ายแก้ไขเหตุการณ์ กิจการชายแดน ผู้แทนฝ่ายทหาร และ รองปลัด อ.โอโจโรว จ.บันเตียเมียนเจย เดินทางข้ามมาจากฝั่งของกัมพูชา และเดินเท้าข้ามด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเข้าร่วมประชุมกับทางฝั่งไทย ที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 เพื่อจัดทำหมุดเขตแดนชั่วคราวบริเวณหลักเขต 42–47 ระยะทาง 13 กิโลเมตร ในพื้นที่บ้านหนองจานบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังมีการกำหนดให้ประชุมร่วมกันระหว่างทีมแม่กองสนามของไทยและฝ่ายกัมพูชา เพื่อวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

   

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกัมพูชาได้เลื่อนการประชุมไป 1 วัน เพราะยังจัดทำเอกสารใบรับรองด้านข้อกำหนดทางเทคนิคยังไม่เรียบร้อย จากวันที่ 17 พ.ย. มาเป็นวันนี้แทน

ไทย-กัมพูชา ถกปักหมุดบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ตกลงได้ 2 เรื่อง

 

โดยเมื่อคณะของกัมพูชาข้ามมาถึง กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ก็เข้าห้องประชุมทันที ทางฝ่ายไทยที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ นำโดย พ.อ.เกรียงไกร บุญเติม หัวหน้าคณะปฏิบัติงานฝ่ายไทย พร้อมด้วย พ.อ.ยุทธพล สุจริต หัวหน้าแม่กองสนามสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา กรมเเผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พ.อ.ศุภกฤต เอกศิริ หัวหน้าชุดสำรวจ ผู้แทนจากหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ผู้แทนจากกองกำลังบูรพา ผู้แทนจากจังหวัดสระแก้ว และ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง

   

โดยการประชุม จะมีการเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล และยืนยันข้อมูลทั้งหมด โดยจะนำเอกสารทางเทคนิคของทั้งสองฝ่ายมาหารือกัน ก่อนเริ่มสำรวจและปักหมุดชั่วคราว ซึ่งหากเป็นไปตามกำหนดการ คาดว่าจะสามารถเริ่มปักหมุดชั่วคราวได้ในวันพรุ่งนี้

ไทย-กัมพูชา ถกปักหมุดบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ตกลงได้ 2 เรื่อง

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การประชุมวันนี้ มีการพูดคุยกันในหัวข้อหลักๆ ทั้งเรื่องการใช้โดรนสำรวจพื้นที่ และการปักหมุดชั่วคราวในพื้นที่อ้างสิทธิ์ และการรังวัดร่วม

 

โดยในหัวข้อเรื่องการใช้โดรนสำรวจนั้น เพียงแค่หัวข้อเดียวใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00 น.จนถึงเวลา 13.45 น. ก็มีตัวแทนกัมพูชา ได้เดินออกจากห้องประชุม พร้อมถือเอกสารรายละเอียดบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับการปักหมุดชั่วคราว ออกมาด้วย และได้โทรศัพท์ไปหาปลายทาง พร้อมกับรายงานข้อมูลตามเอกสารที่ถือมา คาดว่าเป็นการปรึกษาหารือกับบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจจากฝั่งกัมพูชา ก่อนจะกลับเข้าไปประชุมต่อในหัวข้อถัดไป การพูดคุยมีไม่ต่ำกว่า 3 หัวข้อและเพิ่มจะเริ่มข้อที่ 2 ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. โดยในหัวข้อนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าสู่ หัวข้อที่ 3 เรื่องรังวัดพื้นที่

 

โดยระหว่างการหารือ พบว่า นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น พร้อมตัวแทนชาวบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว เดินทางมาสังเกตการณ์การประชุมด้วย แต่ไม่มีความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น

 

เวลา 16.15 น. การประชุมเสร็จสิ้น โดยใช้เวลารวมกว่า 7 ชั่วโมง จากนั้นคณะของกัมพูชา ได้เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชา ผ่านด่านพรมแดนคลองลึก อรัญประเทศ โดยมี พ.อ. เกรียงไกร บุญเติม ผู้อำนวยการกองภูมิศาสตร์กรมแผนที่ทหาร กองทัพไทย ในฐานะหัวหน้าคณะปฎิบัติงาน และคณะของไทย ได้เดินไปส่งบริเวณจุดผ่านแดนด้วย

 

หลังส่งคณะกัมพูชาเสร็จสิ้น นักข่าวพยายามสอบถาม พ.อ.เกรียงไกร ในฐานะหัวหน้าคณะ โดยตอบสั้นๆ ว่า การประชุมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยจะสามารถเริ่มดำเนินการปักหมุดชั่วคราวได้ในวันพรุ่งนี้ และกัมพูชาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เริ่มจากหลักหมุดที่ 42 บ้านหนองหญ้าแก้ว เป็นจุดแรก

  

เมื่อถามอีกว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าฝั่งกัมพูชาจะมาร่วมปักหมุดชั่วคราวด้วยในวันพรุ่งนี้  พ.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า “ก็คงต้องรอดู”

  

เมื่อถามต่อว่า ฝั่งกัมพูชาต่อรองอะไรหรือไม่ พ.อ.เกรียงไกร บอกว่า ไม่มีครับ

 

ทั้งนี้ระหว่างที่ พ.อ. เกรียงไกร ตอบคำถามสื่อมวลชน พบว่าชาวบ้านบ้านหนองจาน ได้ตะโกนถามเสริมด้วยว่า การประชุมเป็นอย่างไรบ้าง ช่วยตอบนักข่าวหน่อย เพราะนักข่าวและประชาชนอยากรู้ โดย พ.อ.เกรียงไกร ได้หันกลับมาตอบชาวบ้านกับสื่อมวลชน “เรียบร้อยดีครับ”

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การประชุมเป็นไปด้วยความเข้มข้น สามารถหารือกันได้เรียบร้อยดี เดิมจะมีการเจรจากัน 3 หัวข้อ คือ การบินโดรนสำรวจพื้นที่ , การปักหมุดชั่วคราวในพื้นที่อ้างสิทธิ์ และการรังวัดพื้นที่ แต่ปรากฎว่า ที่ประชุมวันนี้สามารถตกลงร่วมกันได้แค่ 2 ข้อ คือ เรื่องของการบินโดรน และการปักหมุดชั่วคราวในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ส่วนการรังวัดพื้นที่ไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ เนื่องจากกัมพูชาต้องการเข้ามารังวัดในพื้นที่ประเทศไทย จึงไม่สามารถที่จะหาข้อยุติในกรณีนี้ได้