ล็อก 13 เป้าหมาย พร้อมถล่มอาคาร "สแกมเมอร์" ฟันธง "กัมพูชา" สร้างสถานการณ์เบี่ยงประเด็น
14 พ.ย. 2568
ล็อก 13 เป้าหมาย พร้อมถล่มอาคาร "สแกมเมอร์" ฟันธง "กัมพูชา" สร้างสถานการณ์เบี่ยงประเด็น กดดันไทยยกเลิก "ปฏิญญาสันติภาพ"
การเมือง
14 พ.ย. 2568
ล็อก 13 เป้าหมาย พร้อมถล่มอาคาร "สแกมเมอร์" ฟันธง "กัมพูชา" สร้างสถานการณ์เบี่ยงประเด็น กดดันไทยยกเลิก "ปฏิญญาสันติภาพ"
ความคืบหน้าการปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว-ปราจีนบุรี ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 และกองกำลังบูรพา หลังเกิดเหตุวุ่นวายที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ซึ่งทางฝั่งกัมพูชาเรียกว่าบ้านไปรจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย นั้น มีการดำเนินการ 2 ระดับ
ระดับที่ 1 ภารกิจประจำวัน คือ การทำพื้นที่ให้ปลอดภัย ด้วยการรุกคืบเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 ร่วมกับกองพันทหารช่างที่ 2
ความคืบหน้าวันนี้ คือ ตรวจพื้นที่อันตรายต้องสงสัยที่เหลืออยู่ ซึ่งก็คือบ้านหนองจาน พื้นที่ C เริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน
วันนี้ปฏิบัติงานได้ 968 ตารางเมตร รวมพื้นที่สะสมเฉพาะพื้นที่ C ได้ 2453 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปแล้ว 7 ทุ่น
อีกด้านหนึ่ง กองพันทหารช่างที่ 2 ได้ดำเนินการสร้างหลุมหลบภัยประชาชน จำนวน 3 จุด และที่มั่นกำบัง หรือ หลุมบุคคลคู่ จำนวน 10 จุด ในพื้นที่หนองหญ้าแก้ว ความคืบหน้าเฉลี่ยภาพรวม 44%
ระดับที่ 2 ภารกิจเฉพาะหน้า หลังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นตามแนวชายแดนด้านจังหวัดสระแก้ว มีรายงานว่า แม่ทัพภาคที่ 1 “บิ๊กไก่” พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ สั่งเตรียมพร้อมทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเป้าหมาย
โดยได้หาข่าว ล็อกเป้า “อาคารหรือแหล่งพักพิง” ของเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา ฝั่งตรงข้ามชายแดนไทยด้านจังหวัดสระแก้ว รวม 13 เป้าหมาย พร้อมปฏิบัติทันที รอเพียงไฟเขียวจากหน่วยเหนือ และรัฐบาลเท่านั้น
โดยยุทโธปกรณ์ที่เตรียมความพร้อม สามารถทำลายเป้าหมาย และสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ได้ทันที
ฟันธงกัมพูชาสร้างสถานการณ์เบี่ยงประเด็นสแกมเมอร์
มีรายงานด้วยว่า จากการวิเคราะห์ของ “ทีมทัพภาค 1” ทั้งการลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จนทหารไทยขาขาดเป็นรายที่ 7 และสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนที่บ้านไปรจัน หรือ บ้านหนองหญ้าแก้วของไทย
น่าจะมีจุดประสงค์เบื้องหลังคือการเบี่ยงเบนประเด็น “ปราบสแกมเมอร์” ที่กัมพูชากำลังถูกโลกล้อมอยู่ โดยเปลี่ยนเกมนี้ มาเป็นเกมความขัดแย้งรอบใหม่กับไทยแทน
จะเห็นได้ว่า กัมพูชาเตรียมการมาเป็นอย่างดี เริ่มจาก
- ลอบวางทุ่นระเบิด ซึ่งวางเป็นแนวยาวหลายพื้นที่ที่แทรกซึมเข้ามาได้ ทั้งห้วยตามาเรีย ซำแต ช่องอานม้า เป็นการวางแบบหว่าน เมื่อทหารไทยพลาดจุดไหน ก็เกิดระเบิดขึ้น และมีความสูญเสีย
- กดดันไทยให้ยกเลิกถ้อยแถลงร่วม หรือ ปฏิญญาร่วมเพื่อสร้างสันติภาพ
- ในปฏิญญาฯ มีข้อตกลงให้กัมพูชาร่วมมือจัดการปัญหาสแกมเมอร์ แม้ไม่ได้ใช้คำนี้ตรงๆ แต่ตีความได้ตรงกัน ฉะนั้นเมื่อไทยระงับปฏิญญาร่วมฯ หรือยกเลิก ก็ทำให้เขมรไม่มีข้อผูกพันใดที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้
- โฟกัสปัญหาเปลี่ยนเป็นการใช้กำลังทางทหาร และใช้ปฏิบัติการข่าวสารตอบโต้กัน
- ถ้าไทย หรืออาเซียนหลงเกม ก็จะโดนกัมพูชาจูงปัญหากลับมาสู่ความรุนแรง และสุดท้ายก็จะกลับมาทำข้อตกลงกันใหม่ โดยที่ปัญหาสแกมเมอร์ไม่ได้ถูกแก้ หรือถูกปราบปรามอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทย โดยเฉพาะหน่วยปฏิบัติตามแนวชายแดน เสนอหน่วยเหนือชัดเจนแล้วว่า
ต้องทำลายเป้าหมายสแกมเมอร์เท่านั้น เพื่อหยุดยั้ง “เงินเทา” และ “ธุรกิจสีเทา” ที่หล่อเลี้ยงระบอบฮุนเซน และทำให้มีเงินมาต่อสู้สร้างภัยคุกคามให้กับไทยได้อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา "อนุทิน-ฮุน มาเนต" เซ็น "ทรัมป์-อันวาร์" เป็นพยาน เดินหน้าสู่สันติภาพ
นาทีประวัติศาสตร์! "ทรัมป์" เป็นสักขีพยาน "อนุทิน" จับมือ "ฮุน มาเนต"
