โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังย้ำถึงการละเมิดซ้ำต่อการปฏิบัติตามถ้อยแถลง Joint Declaration หรือ JD ของกัมพูชาซ้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในเขตแดนไทยที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จนเป็นเหตุให้หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพถาวร การสร้างสถานการณ์ยั่วยุ โดยยิงปืนเข้ามาฝั่งไทยบริเวณชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ทำให้ทหารไทยต้องดำเนินการตอบโต้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและป้องกันตนเอง ทั้งยังพยายามสร้างสถานการณ์และข้อมูลเท็จ โดยการกระทำเช่นนี้สะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาที่จะบรรลุสันติภาพร่วมกัน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังย้ำท่าทีไทยต่อการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาในห้วงที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นปฏิบัติตาม Joint Declaration หรือ JD มาโดยตลอด และมีความคืบหน้าในการดำเนินการในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะใน 4 เรื่องที่ไทยผลักดัน ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก, การเก็บกู้ทุ่นระเบิด, การปราบปรามออนไลน์สแกม และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน จึงไม่มีเหตุผลที่ไทยจะเป็นฝ่ายละเมิด JD ดังกล่าว แต่ฝ่ายกัมพูชา กลับเป็นฝ่ายที่ละเมิด JD โดยพยายามสร้างสถานการณ์ และข้อมูลเท็จ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ตนเองเป็นเหยื่อ และการกระทำดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งสะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาที่จะบรรลุสันติภาพหรือมีวาระแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากหลักฐานและคำกล่าวอ้างต่าง ๆ ของฝ่ายกัมพูชา ฝ่ายไทยเห็นว่า ฝ่ายกัมพูชาจัดฉากสถานการณ์โดยมีการไตร่ตรองไว้ก่อน และเมื่อคำนึงว่า เหตุการณ์ยั่วยุให้เกิดการปะทะกันบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้วเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากการลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดในเขตแดนไทย ซึ่งถือเป็นการละเมิด JD และอนุสัญญาออตตาวา โดยการกระทำเช่นนี้ขาดความรับผิดชอบและน่าผิดหวังอย่างยิ่ง แทนที่จะเลือกเดินบนเส้นทางแห่งสันติภาพ กัมพูชากลับดำเนินการที่เพิ่มความตึงเครียด บ่อนทำลายความมั่นคงตามแนวชายแดนและความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงเสี่ยงส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอาเซียนและภูมิภาคโดยรวม และฝ่ายกัมพูชาได้กลับมาใช้สงครามข้อมูลข่าวสารอีกครั้งในการเรียกความชอบธรรมให้ตนเอง โดยการสร้างข่าวเท็จและเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนสร้างภาพความเป็นเหยื่อ แต่ขอยืนยันว่า ประเทศไทยดำเนินการต่าง ๆ ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งจากคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน สื่อมวลชนที่เสรี และสังคมที่เปิดกว้าง และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ความจริงจะชนะทุกอย่าง