1. เพิ่มโทษประหารชีวิต แก่ผู้กระทำการทุจริตระดับร้ายแรง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์
2. จัดทำและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้าง “อำนาจตรวจสอบภาคประชาชน” ให้ประชาชน 50,000 คน สามารถเสนอถอดถอนองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญได้
3. จัดตั้งองค์กรตรวจสอบการทุจริตภาคประชาชน ทำงานคู่ขนานกับ ป.ป.ช. และ สตง. มีสมาชิกประมาณ 70 คน จากตัวแทนองค์กรวิชาชีพและประชาชนทุกภูมิภาครวมทั้งกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เสมือน “สภาประชาชน” ตรวจสอบและเสนอเรื่องต่อ ป.ป.ช. สมาชิกเลือกกันเองเป็นคณะกรรมการบริหาร 11 คน เพื่อดำเนินงานและประสานการตรวจสอบ หาก ป.ป.ช. และอัยการเห็นว่าต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม ให้ส่งกลับมาตรวจสอบใหม่ และหากทั้งสองหน่วยงานไม่สั่งฟ้อง องค์กรภาคประชาชนฯ มีสิทธิฟ้องคดีเองได้
4. พักการใช้หรือระงับกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน ชั่วคราว 3–5 ปี พร้อมทั้งปรับปรุง ยกเลิก หรือแก้ไขกฎหมายที่ริดรอนเสรีภาพ และขัดขวางการประกอบอาชีพสุจริตของประชาชน
5. ลดขนาดของระบบราชการ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านจำนวนหน่วยงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ โดยดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ คล่องตัว และลดภาระงบประมาณของประเทศ
ในการลงพื้นที่ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้เปิดตัว ดร.บุญบารมี ราตรีวงค์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 จังหวัดอุดรธานี ก่อนปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ “วนเกษตรทุ่งฝน” เพื่อส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจชุมชนและเกษตรยั่งยืน
คุณหญิงสุดารัตน์ ได้เชิญชวนประชาชนทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกันเป็นพลังในการปราบโกง และขจัด "ทุนดำ" ที่กำลังกลืนกินประเทศอยู่ในขณะนี้ โดยเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย เพื่อร่วมเดินหน้าทำงาน สานต่ออุดมการณ์การเมืองสุจริต และเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างเข้มแข็งและโปร่งใส