svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"กกต." กางบทลงโทษ "พรรคการเมือง" ทุจริต "หาสมาชิกพรรคไม่สุจริต" เป็นเหตุให้ถูก "ยุบพรรค"

13 พ.ย. 2568

"กกต." กางบทลงโทษ "พรรคการเมือง" ฉ้อฉล กระทำทุจริต โดนอะไรบ้าง? เตือนพรรคการเมืองอีกรอบ "หาสมาชิกพรรคไม่สุจริต" เป็นเหตุให้ถูก "ยุบพรรค"

13 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เผยแพร่ เอกสารข่าว การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 

 

"กกต." กางบทลงโทษ "พรรคการเมือง" ทุจริต "หาสมาชิกพรรคไม่สุจริต" เป็นเหตุให้ถูก "ยุบพรรค"

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

 

มีหนังสือกำชับไปยังพรรคการเมืองเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

 

 

 

1.การหาสมาชิกพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องหาสมาชิกพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองและข้อบังคับของพรรคการเมืองอย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะห้ามมิให้พรรคการเมือง หรือผู้ใด ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน  หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิก เว้นแต่สิทธิหรือประโยชน์ซึ่งบุคคลจะพึงได้รับในฐานะที่เป็นสมาชิก ซึ่งหากพรรคการเมืองใดกระทำการดังกล่าวจะเป็นเหตุให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบได้ 


นอกจากนี้ หากพรรคการเมืองใดแอบอ้างว่าผู้ใดสมัครเป็นสมาชิกโดยผู้นั้นไม่รู้เห็นหรือไม่สมัครใจ หรือนายทะเบียนสมาชิกจัดทำทะเบียนสมาชิกอันเป็นเท็จ จะมีความผิดตามมาตรา 25 ประกอบมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

 

2. การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองและประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด พ.ศ. 2566

 

โดยต้องแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดดังกล่าว ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากไม่ปฏิบัฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

 

3. การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองต้องดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

โดยให้มีการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคการเมืองอย่างกว้างขวาง และเป็นไปตามมาตรา 49 มาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟังความคิดเห็น การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566

 

ซึ่งหากหัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

และหัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดออกหนังสือรับรองผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

 


4. การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยนโยบายใดที่ต้องใช้จ่ายเงินการประกาศโฆษณานโยบายนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ (2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย (3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย

 

โดยให้พรรคการเมืองคำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดด้วย ซึ่งหากไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

5. การควบคุมและกำกับดูแลสมาชิกพรรคการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคการเมือง

มีหน้าที่ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมายข้อบังคับ ตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการ

 

หากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จะเป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าว ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง และห้ามกระทำการอันมีลักษณะเป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซงการดำเนินกิจกรรม

 

"กกต." กางบทลงโทษ "พรรคการเมือง" ทุจริต "หาสมาชิกพรรคไม่สุจริต" เป็นเหตุให้ถูก "ยุบพรรค"

 

"กกต." กางบทลงโทษ "พรรคการเมือง" ทุจริต "หาสมาชิกพรรคไม่สุจริต" เป็นเหตุให้ถูก "ยุบพรรค"

 

"กกต." กางบทลงโทษ "พรรคการเมือง" ทุจริต "หาสมาชิกพรรคไม่สุจริต" เป็นเหตุให้ถูก "ยุบพรรค"