เปิดผลศึกษา ก.พ. ขยายอายุ "เกษียณราชการ" เปิดทาง "วัยเก๋า" ทำงานร่วม "คนรุ่นใหม่"
07 พ.ย. 2568
เปิดผลศึกษา ก.พ. ขยายอายุ "เกษียณราชการ" เปิดทาง "วัยเก๋า" ทำงานร่วม "คนรุ่นใหม่"
การเมือง
07 พ.ย. 2568
เปิดผลศึกษา ก.พ. ขยายอายุ "เกษียณราชการ" เปิดทาง "วัยเก๋า" ทำงานร่วม "คนรุ่นใหม่"
การขยายอายุเกษียณราชการเป็นประเด็นที่กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมเชิญสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาหารือถึงแนวทางการขยายระยะเวลาการเกษียณอายุราชการ เพราะปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานที่เริ่มต้นดำเนินการไปแล้ว ทั้งผู้พิพากษา อัยการ ที่อายุ 70 ปี หรือข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ที่อายุ 65 ปี
ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ. ได้ศึกษาร่วมกับกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการขยายการเกษียณอายุราชการ หลังพบข้อมูลว่า คนไทยมีอายุเฉลี่ย 70 ปี มีอัตราการเกิดน้อยกว่าการเสียชีวิต ส่งผลให้บุคคลที่ทำงานสร้างผลิตภาพให้กับประเทศมีน้อย อีกทั้งจะมีอายุขัยรับเงินบำนาญเฉลี่ย 20 ปี จาก 60 ปี ไปถึง 80 ปี ซึ่งการขยายเวลาเกษียณอายุราชการ จึงผูกพันไปยังเรื่องประชากรศาสตร์ กำลังแรงงานข้าราชการ และงบประมาณด้วย
7 พฤศจิกายน 2568 นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ. เคยศึกษาแนวทางการขยายการเกษียณอายุราชการไว้หลายรูปแบบ และมีทางเลือกหลายช่วงอายุ ซึ่งจากนี้จะต้องรอการตัดสินใจในระดับนโยบายว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด และต้องปรับปรุงข้อกฎหมายใดบ้าง คาดว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะได้ข้อสรุป
แหล่งข่าวจาก ก.พ. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ก.พ. ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 63 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรและศักยภาพการทำงานของคนไทยที่มีอายุยืนยาวขึ้น การศึกษาดังกล่าววางกรอบดำเนินการระยะเวลา 6 ปี โดยเพิ่มอายุเกษียณครั้งละ 1 ปี ทุก 2 ปี เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเกษียณอายุที่ 63 ปี ภายในปี 2567
ก.พ. ได้ศึกษาหลายมิติ ตั้งแต่การกำหนดอายุที่เหมาะสมในการเกษียณจากราชการและจากงาน การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การประเมินงบประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารงานบุคคลให้รองรับคนทำงานหลายช่วงวัย
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกฎหมายเปิดช่องให้ข้าราชการบางตำแหน่ง เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ นายสัตวแพทย์ และสายงานศิลปวัฒนธรรมบางประเภท รับราชการต่อได้ไม่เกิน 10 ปีหลังครบ 60 ปี หากมีเหตุผลความจำเป็นและได้รับการพิจารณาโดย อ.ก.พ. กระทรวง
อย่างไรก็ตาม การขยายอายุเกษียณไม่อาจดำเนินการได้ทันทีโดยไร้มาตรการรองรับ ก.พ. จึงเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ คือ
1. มาตรการบริหารกำลังคนสูงอายุ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้าราชการที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
2. มาตรการเตรียมความพร้อมในการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อป้องกันการสูญเสียบุคลากรเมื่อถึงเวลาที่ต้องเกษียณจริง
3. มาตรการสร้างสมดุลกำลังคนในระบบราชการ ด้วยการเปิดทางให้เกษียณก่อนกำหนดในบางกรณี พร้อมเพิ่มจำนวนบุคลากรในสายงานที่ขาดแคลน
อีกแนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือการจ้างผู้ที่เกษียณแล้วกลับมาทำงานในตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์คัดเลือกอย่างชัดเจน รวมถึงประเมินประสิทธิภาพการทำงานและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้แนวคิดนี้จะได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่ก็ยังมีประเด็นที่ต้องศึกษาลึกเพิ่มเติม ทั้งในด้านงบประมาณ ผลกระทบต่อโอกาสความก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่ และระบบบริหารค่าตอบแทน การขยายอายุเกษียณจึงต้องทำควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบราชการให้ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับโครงสร้างประชากรในอนาคต
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
