รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ยังกล่าวถึงวิสัยทัศน์การทำงานในกรอบการทำงาน 120 วันว่า จะเน้นการ "ทำจริง ลงพื้นที่จริง" เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ภูมิประเทศ และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะต่อการลงทุน เราจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยพลังของข้าราชการที่ซื่อสัตย์และทำงานเพื่อประชาชนภายใต้ผู้บังคับบัญชาที่พร้อมจะเป็นโล่ป้องกันให้ทุกฝ่ายภายใต้กรอบกฎหมาย
จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวถึงสามขาแห่งความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมว่า ประกอบไปด้วยข้าราชการ ผู้ประกอบการ และชุมชนที่ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศ ไม่มีข้าราชการคนไหนอยากเป็นคู่กรณีกับผู้ประกอบการ หากผู้ประกอบการทำถูกต้อง ข้าราชการพร้อมเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเดินหน้าอย่างมั่นคงไปได้พร้อมกับชุมชน
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ยังได้มอบโล่และประกาศเกียรติคุณให้แก่นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและสถานประกอบการดีเด่น 8 ราย พร้อมฝากข้อคิดทิ้งท้ายกับผู้รับรางวัลว่า “รางวัลไม่ควรเป็นแค่ของตั้งโชว์ แต่ควรเป็นแรงบันดาลใจในการต่อยอดให้ผู้ประกอบการรักษาสิ่งแวดล้อมและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”
จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวปิดท้ายว่า นโยบาย “ปิดเร็ว – เปิดเร็ว – พึ่งพาได้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ ผ่านการสร้างงาน สร้างโอกาส และแสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคงแบบเป็นรูปธรรมและมีผลงานได้ภายใน 120 วันอย่างแน่นอน