พ.อ.ชัยณรงค์ ระบุว่า ทางการได้พูดคุยกับอีกฝ่ายผ่าน พลตรีเชิงตุม แล้วอีกฝ่ายรับทราบแต่ไม่ยืนยันว่าจะห้ามการปลุกระดมประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้ สถานการณ์เป็นไปตามปกติ ยังมีชาวกัมพูชาที่หลงเหลือแต่ไม่มีการยั่วยุเพิ่ม และกำลังฝ่ายไทยประจำแนวยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พร้อมยืนยันว่า หากเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น จะจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายไทย
ผบ.ฉก.12 แจ้งด้วยว่า ขณะนี้สามารถยึดคืนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกกลับมาได้ประมาณ 100 ไร่ เหลืออีกประมาณ 25 ไร่ ซึ่งการดำเนินการต่อไปจะเป็นไปตามขั้นตอนของการประชุมคณะกรรมการร่วมชายแดน (JBC) ที่จะเกิดขึ้น และชี้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเกณฑ์มวลชนคือ "กำนันลี" ขณะเดียวกัน มีบุคคลระดับสูงกว่านั้น ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เป็นผู้เสียผลประโยชน์จากการยึดคืนพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับกลุ่มธุรกิจของจีนเทา และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ขยายมาจากปอยเปต
ต่อมาเวลา 10.40 น. พ.อ.ชัยณรงค์ ได้นำสื่อมวลชนไปยังจุดต่าง ๆ รวมทั้งฐานทัพเดิมของกัมพูชาที่รุกล้ำ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง ทางการไทยได้รื้อถอน และผลักดันทหารกัมพูชาให้ถอยร่นออกไปประมาณ 500 เมตร จากนั้นพาสื่อไปยังแนวรั้วลวดหนามในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งขณะที่ทหารไทยดึงแสลนสีดำออกให้สื่อดู ปรากฏว่ามีประชาชนกัมพูชามายืนสังเกตการณ์และบันทึกภาพ รวมทั้งมีสื่อมวลชนฝั่งกัมพูชามาถ่ายทำและโบกมือทักทายสื่อไทย บางพื้นที่มีป้ายข้อความเรียกร้องต่อต้านฝ่ายไทยด้วย
และระหว่างที่สื่อไทยทยอยออกจากพื้นที่ มีเด็กชาวกัมพูชารายหนึ่งปีนต้นไม้ชูนิ้วกลาง และถ่ายคลิปเหตุการณ์ด้วยโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่ระบุการตอบโต้โดยตรงต่อพฤติกรรมดังกล่าว