เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาระหว่างเจตนากับข้อกฎหมายมีคำวินิจฉัยใดที่ยึดเจตนาเป็นหลักหรือไม่
นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า เจตนาเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่งหรือทางอาญา ซึ่งต้องดูว่าเจตนาเค้าทำเพื่ออะไร ไม่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องจริยธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกร้องจะเป็นเช่นไร
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้รอดูศาลวินิจฉัย เพราะตนให้สัมภาษณ์หลายครั้งแล้วว่าจริยธรรมร้ายแรงมี 6 ข้อ ขอให้ไปย้อนดูว่าเข้าข้อใดบ้าง
เมื่อถามย้ำว่าในฐานะเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย ทุกคดีจะดูเป็นเจตนาเป็นหลัก รวมถึงคดีการเมืองด้วยหรือไม่
นายชูศักดิ์ ยอมรับว่า ครับ เพราะหากเรามีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ซึ่งเจตนามี 2 อย่าง คือเจตนาดีและไม่ดี เพราะภาษากฎหมายเขาเรียกว่าเจตนาจะให้ส่งผลอย่างไร ซึ่งหากดูจากการให้สัมภาษณ์ก็ชัดเจนว่าเจาต้องการจะแก้ปัญหาบ้านเมือง
ส่วนที่มีการระบุว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเรื่องปกติในการเจรจา จะหยิบยกเป็นเหตุผลได้หรือไม่
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องประมวลโดยรวมทั้งหมด แต่ถ้าต้องรอฟังศาลบ่ายนี้จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
เมื่อถามย้ำว่า เจตนาจะเป็นมาตรฐานในการพิจารณาความผิดใช่หรือไม่
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อย่าไปพูดว่าผิดหรือไม่ผิด แต่หมายความว่าที่พูดคือการวิเคราะห์ว่าที่ท่านพูดอย่างนั้น มันมีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองหรือไม่
เมื่อถามว่า หลังมีคำวินิจฉัยศาล สถานการณ์การเมืองไทจจะเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้มีเสียงวิจารณ์หลายทิศทาง
นายชูศักดิ์ ย้ำว่า ต้องดูคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นอย่างไร
ส่วนมีการเตรียมมาตรการรับมือหากออกมาเป็นลบหรือไม่
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้น แต่ยอมรับว่ามีทางออก
เมื่อถามย้ำว่า จะไม่เจอทางตันใช่หรือไม่
นายชูศักดิ์ ย้ำหลายครั้งว่า ไม่มี
ส่วนที่ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมกินข้าวกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นการส่งนัยยะทางการเมืองหรือไม่
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี อย่าไปคิดมากก็แล้วกัน ก่อนที่จะหัวเราะและเดินไปร่วมประชุม