นายเชตวัน กล่าวว่า เวลาผ่านไปเป็นปี กำลังพลในหน่วยเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมจึงไปร้องเรียน ทำให้กองทัพสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ก็ล่าช้าเหมือนเดิมจนมีข่าวออกมา จึงรู้ว่าน้ำมันหายไป และทำให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ถึงขั้นร้องออกมาว่า “โอ้โห น้ำ มันระเหยออกมาขนาดนั้นเลยหรือ”
นายเชตวัน กล่าวว่า ล่าสุดได้ผลสอบออกมาแล้ว แต่พบข้อสงสัยในเอกสารพบว่า มียอดขาดไป แล้วคาดดำ และได้ดำเนินการสั่งซื้อน้ำมันโดยส่วนตัว มาลงที่สถานีจ่ายของกรมเชื้อเพลิง พลาธิการ ทบ. รวม 9,000 ลิตร ซึ่งเป็นการยอมรับว่า มีน้ำมันหายไปจริง โดยซื้อน้ำมันกลับมาด้วยเงินส่วนตัว
และในเอกสารยังระบุด้วยว่า มีความเชื่อว่าน้ำมันสูญหายจริง และได้รับความเสียหาย แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าหายจริง และเกิดความเสียหายแก่ข้าราชการ สุดท้ายการกระทำจึงถือว่า ไม่เป็นการทุจริตต่อราชการ จึงเกิดคำถามว่าทำไมไม่เป็นการทุจริต เพราะมีการสั่งซื้อเมื่อคืนแล้วใช่หรือไม่
“เมื่อน้ำมันมันสูญหายไปแล้ว และไม่รู้ว่าสูญหายไปไหน หายไปอย่างไรใครไปเอาไปทำตอนไหน แต่พอวันหนึ่งมีคนรู้ว่าหายเกิดขึ้น แล้วเอากลับมาชดใช้คืน อย่างนี้เป็นการไม่ทุจริตหรือ นี่มันมาตรฐานเดียวกับนาฬิกายืมเพื่อนเลย พอคืนเสร็จแล้วก็ไม่ มีความผิด“ นายเชตวัน กล่าว
พร้อมกันนี้ นายเชตะวัน ได้ยกการตรวจสอบของ ทบ.เป็นไปตามระเบียบ คือหากพบว่า มีการสูญหาย ก็ต้องมีการรายงานแล้วตั้งกรรมการตรวจสอบได้ข้อสรุปออกมา และมีการชดใช้และรายงานต่อ ผบ.ทบ. ต่อไป แต่สิ่งที่กองทัพบกดำเนินการคือ เมื่อมีน้ำมันสูญหาย ไม่ได้มีการรายงาน ไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบ แต่มีการชดใช้ ก่อนที่จะมีการร้องเรียน และตั้งกรรมการสอบ จึงมีข้อสรุปออกมาและสุดท้ายไม่เกิดการทุจริต
ดังนั้นตนคิดว่า แม้จะมีการซื้อคืนชดเชยในภายหลังแล้ว แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เกิดขึ้นแล้ว เรื่องของการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เมื่อถามว่า น้ำมันที่หายไปเกิดจากการระเหยหรือมีการยักยอก นายเชตวัน กล่าวว่าในส่วนของมณฑลทหารบกที่ 18 จำนวน 200,000 ลิตร ไม่น่าจะระเหยได้แน่ ๆ แต่ในส่วนของกรมพลาธิการทหาร ไม่ได้มีการชี้แจงว่าระเหย เป็นการพูดเล่นมากกว่า ผลสอบออกมาก็คือหายจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการจะเชิญกองทัพบก เข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการทหารในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) ถึงข้อเท็จจริงขาดหายไปของน้ำมัน และสอบถามถึงการดำเนินการที่ล่าช้า เพราะรอให้มีการปรับเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งทราบมาว่าคนเดิมได้ปรับเลื่อนตำแหน่ง เป็นถึงรองนายพล และสอบถามถึง พยานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ว่า ได้รับความเสียหายจากการปรับเลื่อนตำแหน่งด้วยหรือไม่