นอกจากนี้ ยังได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ นวัตกรรม สตาร์ทอัพ การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียว ตลอดจนการขยายโอกาสการค้า และการลงทุน โดยเฉพาะการเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย - อียู และการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าสู่เขตเชงเกนของผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศด้วย โดยในโอกาสนี้ ยังได้ร่วมลงนามร่วมกันในเอกสารยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองร่วมกัน ในการยกระดับความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ เช่น การศึกษา, การผลิต-เทคโนโลยี และความร่วมมือภาคเอกชนด้านต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ ของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองประเทศ
นายมาริษ ยังเปิดเผยว่า ในวันนี้ (27 เม.ย.) ตนเองจะได้ชี้แจงกับที่ประชุมของ UN ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะนำความห่วงกังวลต่อการใช้พลเรือนมาเป็นตัวกดดัน หรือมาสร้างความตึงเครียด หรือขยายความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชามากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ และเป็นการขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ กับความกฎหมายระหว่างประเทศให้ที่ประชุมได้รับทราบ