นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงนโยบายไร้ทุกข์ที่ 2 ได้แก่ การเร่งจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต้องปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ อาทิ การครอบครองอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย การจัดระเบียบสังคม การเปิดสถานบริการที่ผิดกฎหมาย การพนัน การค้ามนุษย์ การก่ออาชญากรรม รวมทั้งการเฝ้าระวังการลักลอบการนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายโดยชาวต่างชาติ ตลอดจนนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่แฝงตัวเข้ามาประกอบธุรกิจมืด เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงิน แรงงานข้ามชาติ และอาชญากรรมออนไลน์ เป็นต้น พร้อมแสดงผลสำเร็จทุกไตรมาส เพราะตนเคยพบประชาชน เป็นลูกหนี้ ติดหนี้ดอกเบี้ยโหด และยังถูกอัธพาลข่มขู่ถึงบ้าน รวมถึงการจัดระเบียบสถานบันเทิง แหล่งมั่วสุม
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงนโยบายไร้ทุกข์ที่ 3 การสร้างพื้นที่ทั่วประเทศไทยให้ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยมุ่งพัฒนาและจัดระเบียบพื้นที่ชุมชน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในทุกมิติ อาทิ การติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่เสี่ยง การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) การออกแบบพื้นที่ทางกายภาพ ให้รองรับการใช้งานของกลุ่มเปราะบาง เช่น ทางเดินเท้า สวนสาธารณะ สุขาสาธารณะ การจัดเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ (Cell Broadcast System: CBS) รวมถึงการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ศึกษาจุดพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ส่วนแนวทาง “5 สร้างสุข” นั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า ประกอบด้วย (1) การเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน อย่างเป็นระบบ คืนรอยยิ้มให้ครอบครัว กล่าวคือ หนี้ครัวเรือนจะต้องได้รับการแก้ไข ประชาชนมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น มีการออมที่เป็นหลักประกันและมีวินัยทางการเงิน รวมถึงการแก้ไขปัญหา และสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อไม่ให้ต้องเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ ซึ่งหากเศรษฐกิจซานรากเข้มแข็ง เศรษฐกิจระดับประเทศก็จะเข้มแข็ง
.
(2) การเร่งสร้างเสริมสุขภาวะและการศึกษาชุมชน/หมู่บ้านเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ในประเด็นสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านสุขภาพ รองรับและดูแลผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพของ อปท. ให้เป็น “ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ” ให้มีระบบรองรับ ให้ผู้สูงอายุสามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้ ควบคู่กับการพัฒนา “เศรษฐกิจสุขภาพ” ในชุมชน เช่น อาหารปลอดภัย Farm To Table ในระดับชุมชน ภายใต้แนวคิด “ป่วยยาก หายง่าย อาหารดี อากาศดี สุขภาพดี” จัดตั้ง “1 ตำบล 1 สวนสมุนไพร” และ “1 หมู่บ้าน 1 ครัวอาหารปลอดภัย” และ 2) ด้านการศึกษา พัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดอย่างเต็มที่ ทั้งในมิติของ “การสร้างปัญญา” “การสร้างอาชีพ” และ “การยกระดับทักษะการแข่งขันทางวิชาการ” ของเด็กและเยาวชน ให้สามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ฉลาด เก่ง ดี มีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในอนาคต (3) การเร่งสร้างเมืองคึกคัก เน้น Soft Power รักษ์ศิลปวัฒนธรรม สร้างนวัตกรรมและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และการออมให้ครัวเรือนที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สนับสนุนนโยบายรัฐบาลโครงการ “1 ตำบล 1 Start-up” และ Soft Power ผ่านอุตสาหกรรม 5F (Food อาหารไทย Film ภาพยนตร์ Fashion แฟชั่น Fighting มวยไทย และ Festival เทศกาล เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาชุมชนด้วยนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ยกระดับกิจกรรมเศรษฐกิจฐานราก ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการขับเคลื่อน OTOP สู่สินค้าเชิงคุณภาพ โดยยกระดับสู่ ThaiWORKS and Beyond สร้างเรื่องราวสร้างแบรนด์ และเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ให้สินค้า OTOP ของไทยก้าวไกลไปสู่ตลาดสากล (4) การเร่งปรับปรุงบริการภาครัฐ ให้สะดวก รวดเร็ว ตรงใจ ทันสมัย ทันโลก ภายใต้แนวคิด “การบริการภาครัฐ รวดเร็ว ตรงใจ ตอบสนองความต้องการประชาชน” ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของกระทรวงมหาดไทยสู่การเน้นผลลัพธ์ของงาน รวดเร็ว ทันสมัย และตอบสนองพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนแบบดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ ที่มุ่งแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ด้วยจิตสำนึกแห่งการรับใช้ประชาชน ลดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำหน้าที่ และการแก้ปัญหาให้ประชาชน กฎระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกฎหมาย ก็ให้ปรับแก้ (5) การเร่งปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องทุกข์ ให้เข้าถึงและแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ เร็วขึ้น มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบ ด้วยการยกระดับบทบาทและขีดความสามารถของศูนย์ดำรงธรรม พร้อมนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และส่งเสริมบทบาทของจิตอาสาและเครือข่ายภาคประชาชนในการร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ ตลอดจนขอให้มีการพัฒนาศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายภาคประชาชนให้มีบทบาทในการช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ในพื้นที่ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้ลงนามปลดล็อกโป๊กเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน และถูกโจมตีเป็นการเปิดช่องการพนันว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนให้กีฬาโป๊กเกอร์ เป็นไปเพื่อการแข่งขันกีฬาแล้ว ซึ่งกระทรวงท่องเที่ยวฯ ต้องการสร้างพื้นที่ให้เป็นการแข่งขันกีฬา จึงต้องแก้กฎระเบียบ โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเปิดกว้างการพนัน เพราะการแข่งขัน ก็จะต้องขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมการปกครอง ผู้วิจารณ์ตนนั้น ตนไม่ว่า แต่ขออย่างบ่อนทำลายรัฐบาล เพราะตอนนี้ ประเทศกำลังเผชิญศึกชายแดน จะต้องรวมพลังแก้ปัญหา ซึ่งคนทำงาน ต้องมีผิดพลาดบ้าง แต่ก็ต้องปรับให้ถูกต้อง
นายภูมิธรรม ยังกำชับให้ส่วนราชการ ทำงานให้รวดเร็วทันใจ นำเทคโนโลยีมาใช้ และขอให้ส่งเสริมบทบาทจิตอาสาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เล็งเห็น จึงขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ รวมถึงดึงเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมมือภาครัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ ทั้งยาเสพติด ที่รัฐบาลเอาจริง และพร้อมดำเนินการต่าง ๆ ให้ยาเสพติดต้องหมดไป ไม่ใช่ผักชีโรยหน้า