นายเชิดชาย ยังได้กล่าวถ้อยแถลงถึงสถานการณ์สู้รบในฉนวนกาซาที่ยังมีการสู้รบ ประชนชนยังคงทุกข์ทรมาน และต้องอพยพครั้งใหญ่ รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นทั่วตะวันออกกลาง ล้วนเรียกร้องให้มีการเจรจา และความพยายามใหม่เพื่อปกป้องสันติภาพและความมั่นคง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยยืนยันสนับสนุนแนวทางสองรัฐเป็นหนทางเดียวสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง โดยให้อิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันอย่างสันติและปลอดภัย และขอเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างยั่งยืน และปล่อยตัวผู้ถูกกักขังทั้งหมดที่เหลืออยู่โดยไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากมีคนไทย ได้รับผลกระทบจึงเห็นด้วยตาตนเอง ถึงความสูญเสียที่แผ่ขยายเกินกว่าพื้นที่ความขัดแย้ง ดังนั้น สันติภาพในตะวันออกกลาง จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน
นายเชิดชาย ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ขอให้เราร่วมยืนยันเจตจำนงยุติความขัดแย้งนี้ให้หมดสิ้นไปอย่างถาวร ผ่านการเจรจาเชิงสร้างสรรค์ และแนวทางแก้ไขที่เน้นการปฏิบัติ อย่าให้ประวัติศาสตร์ จดจำเราจากการไม่ลงมือกระทำ แต่ให้จดจำเราจากความกล้า ที่จะก้าวเดินอย่างเด็ดขาด เพื่อแสวงหาสันติภาพแทนความขัดแย้ง