นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ตนเดินทางกลับมาประเทศไทย มีเพื่อนชาวสิงคโปร์เคยบอกว่า ในฐานะเพื่อน ดีใจที่ตนได้เดินทางกลับประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ชาวสิงคโปร์ก็ต้องปรับกลยุทธ์แข่งขันกับไทยใหม่ เพราะตนกลับมาแล้ว แต่มาวันนี้เขาเห็นคนไทยทะเลาะกันเอง และนายกรัฐมนตรีถูกพักงาน เพราะเรื่อง "เฮงซวย" เขาเลยบอกว่าวันนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะไทยคงแข่งกับสิงคโปร์ไม่ได้ สะท้อนว่า ประเทศไม่ควรขัดแย้งกันเพราะเรื่องไร้สาระ แต่ควรร่วมมือกันสร้างอนาคตช่วยกันทำให้บ้านเมืองเรารุ่งเรืองขึ้นดีกว่า ซึ่งทางรองประธานสภาอุตสาหกรรม ก็สนับสนุนว่าเราควรสนับสนุนสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยดีกว่า เพราะคำว่า made in thailand ไม่ใช่ส่งเสริมเฉพาะข้าราชการ แต่คนไทยต้องรักกัน สิ่งที่สำคัญในวันนี้คือเราต้องรักกัน แม้จะเห็นต่างทางการเมือง
พร้อมกันนี้ นายทักษิณ ยังย้อนอดีตว่า สมัยเล่นการเมืองใหม่ๆ ถึงจะด่ากันในสภา ก็ยังนั่งดื่มกาแฟ หรือดื่มไวน์ด้วยกัน แต่เมื่อการเมืองรุนแรง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน มองว่าการเมืองควรเป็นเกม ใครชนะก็บริหาร ใครแพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน แต่ทุกวันนี้หลายฝ่ายไม่ยอมรับความจริง
ส่วนสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ นายทักษิณ เสนอว่า ต้อง “M POWER” คนรากหญ้า ด้วยการฟื้นกองทุนหมู่บ้าน และเติมงบให้ชุมชนมีเงินบริหารจัดการเอง เช่นเดียวกับโครงการ SML ในอดีต อีกทั้งยังต้อง M POWER คนไทยทั้งประเทศ ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ AI เพราะยุคนี้ใครใช้ AI ไม่เป็น จะตามโลกไม่ทัน ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมเปิดคอร์สฝึก AI ออนไลน์ ให้ประชาชนเรียนฟรี ผ่านเว็บและแอปฯ เมื่อเรียนจบ จะได้โทเคนสำหรับใช้งานระบบ AI ได้จริง เพื่อให้คนไทยพร้อมรับมือโลกอนาคต แม้แต่โรงพยาบาล ก็อาจมี AI ช่วยทำงานแทบทุกขั้นตอนในอนาคตด้วย