ความมั่นคงมีรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการต่อสู้ป้องกันประเทศ
แต่ที่พูดกันปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาทอล์กออฟเดอะทาวน์ คนพูดกันทุกหมู่บ้าน ชาวบ้านไม่พอใจ สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่านั้นคือตนให้ความสำคัญกับความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่ หากนำแต่ตัวเลขการจับกุมมา แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยอมรับ ก็ถือว่าทำงานไม่ประสบความสำเร็จ ถือว่าล้มเหลว
ตนมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดูทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ซึ่งในปัจจุบัน เรื่องความมั่นคงมีรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องการต่อสู้ป้องกันประเทศ แต่พูดถึงภัยด้านความมั่นคงในหลายมิติ อย่างเรื่องศาสนา ที่เพิ่งเกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องความมั่นคง ซึ่งปกติเราไม่เคยทำอะไรที่มากไปกว่าการจับสึก แต่ต้องพูดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมวงการคณะสงฆ์ เราได้คุยกันแล้วเดิมแค่จับสึก วันนี้จะเริ่มเห็นจับพระลาสิกขาบทมารับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น
ซึ่งหากติดตามข่าววันที่ 17 ก.ค.เป็นต้นไปจะพบว่ามีกระบวนการจับกุมสีกาทั้งหลายที่มีส่วนในการทำให้เกิดปัญหา ก่อนย้ำว่าพระไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่คือผู้มีส่วนร่วมทำให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันของชาติ และถือว่ามีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เราต้องการยกตัวอย่างให้เห็นว่าเมื่อก่อนเราไม่ถือว่าเป็นปัญหาอาชญากรรม แต่ไม่ใช่ เพราะอาชญากรรมแปลงร่างมาในหลายรูปแบบ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ตนเข้ามา 3 เดือนที่ผ่านมา อยากให้ประชาชนรู้สึกเปลี่ยนแปลง นั่นคือปัจจัยหลักปัญหาเรื่องยาเสพติดอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพราะท่านคือผู้บังคับบัญชาสูงสุดในจังหวัด การจะทำให้หมดไปคือมหาดไทย ผู้ว่าราชการฯ นายอำเภอ รวมไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องร่วมมือกัน วันนี้ตนมาเจอตัวเลข ชรบ. 6-7 แสนคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ หากใช้ให้ถูกต้องถูกระบบก็จะเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ป้องกันรักษาชาติ
วันนี้ภัยคุกคามประเทศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ชายแดน ชายแดนเป็นเพียงพื้นที่เส้นลำเลียงยาเสพติด เพราะฉะนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด
เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง ขู่ไม่มาสั่งย้ายทันที
และในวันที่ 17 ก.ค. นี้ จะมีการนัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งประเทศ และผู้บังคับบัญชา ผู้การจังหวัด ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องเข้าร่วมประชุมทุกจังหวัด ไม่เข้าไม่ได้เว้นแต่เรื่องเข้าเฝ้าเจ้านาย หรือป่วยหนักจริงๆ หากไม่เข้าร่วมถือว่าไม่สนองต่อนโยบาย ตนจะย้ายทันที ทำแบบนี้ไม่ได้
พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ตนทำไม่ได้เกลียดชังอะไรทั้งนั้น แต่หากไม่ทำประเทศก็จะไม่มีความสงบ ตนเอาจริงตลอด ตนดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ขณะเดียวกันจากที่ตนได้ลงพื้นที่ ผู้การไม่ทำงานก็มี หรือจะเกษียณในปีนี้ก็เฉยชา ไม่มา ร้ายกว่านั้นเป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยาเสพติด
ทลายแหล่งมั่วสุม จัดการผู้มีอิทธิพล
ตนอยากเห็นการแก้ไขปัญหานี้ อยากให้ทำควบคู่กันไปเลย คือ ผู้มีอิทธิพลทั้งหมด แหล่งมั่วสุม รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วยเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน และรัฐบาลจัดเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้มีอิทธิพลหากินในเรื่องนี้หรืออยู่ข้างหลัง เช่น การทวงหนี้โหด และผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ จึงบอกว่าให้จัดการให้หมด เรื่องยาเสพติด สถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย เพราะเข้าไปตรวจเจอยาบ้าเกลื่อนกลาด หากเราเข้มงวดจริงๆ เราเชื่อว่าเราสามารถจัดการได้ เพราะมีบางส่วนบางกลุ่มบางคนเข้าไปมีส่วนร่วม หรือหาผลประโยชน์จากสิ่งต่างๆ
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกฝ่ายทำอย่างจริงจัง เพราะจะเป็นบุญผลกับชาวบ้านเพราะในวันนี้มันเข้าไปทำลายครอบครัว ทำลายชีวิต ทำลายอนาคตและโอกาสของประชาชนและเยาวชน พร้อมย้ำว่า ไม่ทำไม่ได้ ถ้าบอกว่าไม่ทำ ต้องไม่สบายใจแน่ แต่ต้องมีการดำเนินการตามสมควร
แก้ปัญหายาเสพติด 3 เดือนต้องเห็นผล
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตนได้พูดมาทั้งหมด จะให้เห็นว่ายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยที่เป็นต้นเรื่อง ต้องประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องการฟื้นฟู ตนบอกแล้วว่า 3 เดือนต้องเห็นผล ไม่ปล่อยหลุดโดยง่าย เพราะเป็นเรื่องที่ใหญ่ซับซ้อน และจะต้องทำจริงจัง ต้องทำจนกว่าจะไม่ใช่ภัยคุกคาม ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ฉะนั้นต้องรีบจัดการ ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน และสิ่งที่อยากให้ทำก่อนคือ เอกซเรย์ในทุกพื้นที่ทุกหมู่บ้าน อย่างที่เคยบอก ชาวบ้านรู้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนรู้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่รู้ ก็ถือว่ามีความผิด ต้องดูตามความเป็นจริง หากไม่สามารถดำเนินการได้เลย หรือไม่ทำอะไรเลย ก็ต้องรับผิดชอบ แต่ต้องไม่ให้มีผู้ค้า โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยในหมู่บ้าน และจากที่ตนได้เดินทางไปในหลายจังหวัด ได้เห็นชื่อ เห็นตำแหน่ง ว่าใครอยู่ข้างหลัง ฉะนั้นต้องจัดการให้ชัดเจนที่สุด
นายภูมิธรรม ยังเล่าถึงสมัยที่ เป็นรัฐมนตรีว่าการปี 2547 ตอนที่เราเป็นรัฐบาลในช่วงนั้นสามารถจัดการเรื่องยาเสพติดได้หมดไป จริงๆตนสั่งมาแล้วเรื่อง Seal Stop Safe แต่ตนก็ยังคิดว่าหลังจากนี้จะต้องมีทั้งให้รางวัลและให้โทษ ทำดีต้องได้ดีโดยไม่ลืม จะขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ ทำงานที่รับผิดชอบในเรื่องต่างๆให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ขับเคลื่อนยกเลิกกัญชา - พืชกระท่อม
ซึ่งตนถือว่าผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วย ลูกค้าเมื่อสมัยนั้นเขาเรียกว่าอาชญากร แต่ก็ต้องจำแนก เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว และเรากำลังขับเคลื่อนเรื่องการยกเลิกกัญชา และพืชกระท่อม เรากำลังดำเนินการทั้งหมด เพราะชาวบ้านเขาไม่รับและเวลานี้ประเทศไทยเสียชื่อมาก เวลาส่งไปและเขาจับได้ว่ามาจากเรา
อย่างโกดังที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งกระท่อม กัญชา เต็มโกดัง และมีการทำกันอย่างเปิดเผย ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมารัฐบาลได้พูดว่า กัญชาใช้ได้เฉพาะเรื่องสาธารณสุข แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ อาจมีทั้งนักการเมือง นักธุรกิจเข้าไปหาผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ และทำให้เป็นเรื่องปวดหัวของทุกส่วน พร้อมกล่าวว่า เจ้านายทรงเป็นห่วงในเรื่องนี้
นายภูมิธรรม ยังอยากให้ทางกระทรวงมหาดไทย สร้างเครือข่ายตาสับปะรด ออกเป็นคำเสนอแนะ หรือคำสั่งการให้เห็นว่า ให้ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แก้ไขปัญหายาเสพติด รวมไปถึงมีมาตรการการป้องกัน อยากให้จัดระเบียบสังคมในเรื่องของการป้องกัน ยับยั้งโอกาสในการกระทำความผิด ทุกจังหวัดต้องดำเนินการค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด