เมื่อถามต่อว่า ที่นายอนุทิน ระบุว่า หากไทยไม่ยอมถอยนโยบายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ จีนจะมีการปรับมาตรการเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในไทยนั้น นายสีจิ้นผิงได้พูดจริงหรือไม่ นานสาวแพทองธาร กล่าวว่า นายสี จิ้นผิง ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนที่เราจะอธิบายว่าไม่ได้สนับสนุนกาสิโน และหากประเทศไหนมีกาสิโนก็จะดูว่านักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้าไปประเทศนั้น จะเป็นอย่างไร ไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับมาตรการ ซึ่งเราได้มีการถามกลับไปว่ามีข้อแนะนำ หรือข้อกำหนดอย่างไรหรือไม่ เพราะเราไม่ได้ปิดประตู พร้อมรับฟังคำแนะนำว่ามีนโยบายต่อการท่องเที่ยวอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์กับเรา
ซึ่งทำแบบนี้กับทุกประเทศ ว่ามีอะไรที่จะเอื้อเฟื้อกันได้ อะไรที่จะปรับกันได้ขอคุยล่วงหน้าก่อน เมื่อ สี จิ้นผิง พูดเรื่องนี้เราก็อธิบายต่อว่าเราจะทำเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์เหมือนที่มาเก๊าและสิงคโปร์ทำ หากทำสำเร็จก็จะมีการจ้างงานเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นขั้นตอนของการพูดคุยกัน แต่เมื่อนำมาเขียนแบบนี้ใส่สีเข้าไป ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่และการต่างประเทศก็มีบันทึกอยู่
ส่วนร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จะแค่ถอนหรือชะลอออกไปนั้นขอให้เป็นไปตามมติของสภาผู้แทนราษฎร แต่บางเรื่องตนขอไม่ตอบ เพราะไม่ได้ปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่ตอบเรื่องของประเทศจีน เพราะตอนนั้นตนทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพราะเกรงว่าหากพูดอะไรไปจะเป็นการไม่เคารพอำนาจศาล
ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่า เหตุใดนายอนุทิน จึงมาเปิดเผยเรื่องนี้ในวันที่จะมีการพิจารณาถอนร่างเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ นางสาวแพรทองธาร ระบุว่า ขอให้พี่น้องประชาชนตั้งข้อสังเกตได้เลย เพราะก่อนหน้านี้ที่เคยคุยกันก็ทราบอยู่แล้วว่ามีเรื่องของการติดขัดในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่อยากให้ทำเป็นกฎหมายพิเศษ อยากให้เป็นกฎหมายแค่เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ที่ไม่มีกาสิโน จึงถามว่าแบบนี้ใครจะมาลงทุน และเมื่อทำเป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ กระทรวงมหาดไทยอาจจะมีติดขัดอะไรหรือไม่ เพราะสามารถออก พ.ร.บ. การพนันแยกไปได้ ซึ่งมีการพูดถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว ว่าหากมีการออกเป็นกฎหมายพิเศษเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์เลยจะขัดหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน
ส่วนเหตุผลที่นายกรัฐมนตรี เข้ามารัฐสภาวันนี้ เพื่อมาคุมเสียงรัฐบาลที่ปริ่มน้ำใช่หรือไม่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า ตนเป็นรัฐมนตรีคุมเสียง สส. ไม่ได้